กสิกรไทยได้รับผลประเมิน MSCI ESG Rating ระดับสูงสุด “AAA” ตอกย้ำการเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืน
อัพเดทล่าสุด: 11 พ.ย. 2025
152 ผู้เข้าชม

นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปี 2568 ธนาคารได้รับผลการประเมินจากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือในด้านดัชนี ESG ในระดับโลก โดยได้ MSCI ESG Rating ในระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุด จาก MSCI ESG Research ตอกย้ำการเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืนที่มีการดำเนินงานตามมาตรฐานระดับสากล
MSCI ESG Ratings เป็นการจัดอันดับด้านความยั่งยืนที่ได้รับการออกแบบเพื่อวัดความสามารถขององค์กรในการรับมือกับความเสี่ยงและการสร้างโอกาสด้านความยั่งยืนที่มีผลต่อการเงินของบริษัท โดยมีแนวทางการจัดอันดับที่ลงรายละเอียดเฉพาะเจาะจงในแต่ละอุตสาหกรรม ทำให้สามารถประเมินได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของธุรกิจต่างๆ และสะท้อนภาพการจัดการด้านความยั่งยืนได้อย่างชัดเจน โดยผลการประเมินจะมีตั้งแต่ระดับ CCC (Laggards) จนถึง ระดับ AAA (Leader)
ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยมีการดำเนินงานที่โดดเด่นในการจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนที่มีผลกระทบต่อธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสียของธนาคารอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ผ่านกระบวนการประเมิน จัดการ และติดตามผลที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืน โดยครอบคลุมการดำเนินงานทั้งของธนาคาร คู่ค้า และลูกค้า อาทิ การประเมินฉากทัศน์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะส่งผลกระทบต่อธนาคารเพื่อวางแผนการจัดการที่เหมาะสม การประเมินสิทธิมนุษยชนแบบรอบด้าน การประเมินความเสี่ยงด้าน ESG สำหรับการให้สินเชื่อผู้ประกอบการขนาดกลางขึ้นไป และ Project Finance ครบ 100% นอกจากนี้ ธนาคารได้ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีจริยธรรมทางธุรกิจ มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการดูแลและปกป้องข้อมูลของลูกค้าจากภัยทางไซเบอร์ การสร้างความรู้และความตระหนักให้แก่ลูกค้าเพื่อป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ การเสริมสร้างความรู้ทางการเงินและการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง การจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ พร้อมการสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในด้านการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานที่ธนาคารให้ความสำคัญมาโดยตลอดนั้น ยังมีเป้าหมายการให้สินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืน 4-5 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 และการสนับสนุนลูกค้าโดยการให้ความรู้และเครื่องมือที่จะช่วยให้สามารถเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้ ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารสามารถบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้ตามที่ประกาศความมุ่งมั่นไว้
นายจงรัก กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนมาอย่างยาวนานและปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ธนาคารกำหนดยุทธศาสตร์ความยั่งยืนที่เน้นการจัดการประเด็นสำคัญแบบองค์รวม บูรณาการทุกมิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจและธรรมาภิบาล เพื่อเป็นธนาคารที่ทุกคนเชื่อมั่น (Most Trusted Bank) ที่สามารถรับมือกับทุกความไม่แน่นอนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ อย่างเหมาะสม ช่วยเสริมความยืดหยุ่นพร้อมก้าวสู่อนาคตร่วมกัน (Reinforce Future-Ready Resilience) ทำให้ทุกชีวิตและทุกธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน สร้างการเติบโตที่ครอบคลุมและทั่วถึง (Enable Inclusive Growth) รวมถึงช่วยผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้
MSCI ESG Ratings เป็นการจัดอันดับด้านความยั่งยืนที่ได้รับการออกแบบเพื่อวัดความสามารถขององค์กรในการรับมือกับความเสี่ยงและการสร้างโอกาสด้านความยั่งยืนที่มีผลต่อการเงินของบริษัท โดยมีแนวทางการจัดอันดับที่ลงรายละเอียดเฉพาะเจาะจงในแต่ละอุตสาหกรรม ทำให้สามารถประเมินได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของธุรกิจต่างๆ และสะท้อนภาพการจัดการด้านความยั่งยืนได้อย่างชัดเจน โดยผลการประเมินจะมีตั้งแต่ระดับ CCC (Laggards) จนถึง ระดับ AAA (Leader)
ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยมีการดำเนินงานที่โดดเด่นในการจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนที่มีผลกระทบต่อธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสียของธนาคารอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ผ่านกระบวนการประเมิน จัดการ และติดตามผลที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืน โดยครอบคลุมการดำเนินงานทั้งของธนาคาร คู่ค้า และลูกค้า อาทิ การประเมินฉากทัศน์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะส่งผลกระทบต่อธนาคารเพื่อวางแผนการจัดการที่เหมาะสม การประเมินสิทธิมนุษยชนแบบรอบด้าน การประเมินความเสี่ยงด้าน ESG สำหรับการให้สินเชื่อผู้ประกอบการขนาดกลางขึ้นไป และ Project Finance ครบ 100% นอกจากนี้ ธนาคารได้ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีจริยธรรมทางธุรกิจ มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการดูแลและปกป้องข้อมูลของลูกค้าจากภัยทางไซเบอร์ การสร้างความรู้และความตระหนักให้แก่ลูกค้าเพื่อป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ การเสริมสร้างความรู้ทางการเงินและการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง การจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ พร้อมการสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในด้านการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานที่ธนาคารให้ความสำคัญมาโดยตลอดนั้น ยังมีเป้าหมายการให้สินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืน 4-5 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 และการสนับสนุนลูกค้าโดยการให้ความรู้และเครื่องมือที่จะช่วยให้สามารถเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้ ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารสามารถบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้ตามที่ประกาศความมุ่งมั่นไว้
นายจงรัก กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนมาอย่างยาวนานและปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ธนาคารกำหนดยุทธศาสตร์ความยั่งยืนที่เน้นการจัดการประเด็นสำคัญแบบองค์รวม บูรณาการทุกมิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจและธรรมาภิบาล เพื่อเป็นธนาคารที่ทุกคนเชื่อมั่น (Most Trusted Bank) ที่สามารถรับมือกับทุกความไม่แน่นอนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ อย่างเหมาะสม ช่วยเสริมความยืดหยุ่นพร้อมก้าวสู่อนาคตร่วมกัน (Reinforce Future-Ready Resilience) ทำให้ทุกชีวิตและทุกธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน สร้างการเติบโตที่ครอบคลุมและทั่วถึง (Enable Inclusive Growth) รวมถึงช่วยผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้
บทความที่เกี่ยวข้อง
บัตรเครดิต KBank PLUSTINUM ชีวิต...พลัสได้ทุกวัน จัดแคมเปญพลัสความสุขต้นปี “ยิ่งใช้ ยิ่งพลัส Sure” ต่อยอดความสำเร็จของบัตรที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งจากจำนวนผู้สมัครบัตรใหม่ที่เพิ่มขึ้น และการใช้จ่ายผ่านบัตรของลูกค้าที่เติบโตต่อเนื่อง
9 ม.ค. 2026
กรุงศรี ประกาศแต่งตั้งนางสาวดวงดาว วงค์พนิตกฤต ดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านการเงินและกลยุทธ์ และแต่งตั้งนายฮิโรชิ คุริฮาระ ดำรงตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กรและประธานโครงการปฏิรูปองค์กร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569
6 ม.ค. 2026
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ห่วงใยและพร้อมเคียงข้างลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมา
5 ม.ค. 2026


