คปภ. ตอกย้ำความสำเร็จ InsurTech Summit 2025 ชูศักยภาพไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมประกันภัยแห่งภูมิภาค
อัพเดทล่าสุด: 3 พ.ย. 2025
206 ผู้เข้าชม

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) โดยศูนย์ Center of InsurTech, Thailand (CIT) ประกาศความสำเร็จยิ่งใหญ่ของงานสัมมนาวิชาการแห่งปี InsurTech Summit 2025 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด Co-Creating the Future of Insurance, Powering the Community สร้างสรรค์อนาคตประกันภัย จุดพลังสังคมให้เติบโตและยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์ ซี อาเซียน รัชดา (C asean Ratchada)
งานสัมมนาวิชาการที่จัดขึ้นครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานกำกับดูแล บริษัทประกันภัย บริษัทนายหน้าประกันภัย และบริษัทเทคโนโลยี (Tech Startup) ชั้นนำจากนานาประเทศที่ส่งผู้แทนเข้าร่วมกว่า 300 คน ที่มาร่วมอัปเดต เทรนด์นวัตกรรม แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยสู่การเป็น Insurance Community ระดับสากล
โดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธีและกล่าวเปิดงาน โดยได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์และความสำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ว่า ในยุคที่อุตสาหกรรมประกันภัยกำลังเผชิญความท้าทายใหม่ที่ซับซ้อน ทั้งจาก Climate Risk และการเข้าสู่สังคมสูงวัย บทบาทของสำนักงาน คปภ. ภายใต้วิสัยทัศน์ From Regulation to Collaboration จึงไม่อาจเป็นเพียงผู้ออกกฎ (Regulator) ได้อีกต่อไป แต่ต้องเป็นผู้สร้างสภาพแวดล้อม (Enabler) ที่เอื้อต่อการเติบโตของนวัตกรรมอย่างปลอดภัย สำนักงาน คปภ. ได้เร่งวางรากฐานสำคัญ ทั้งการปรับปรุง Regulatory Sandbox ให้คล่องตัว การวางแนวปฏิบัติ AI Governance และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่าง OIC Gateway และ Open Insurance ทั้งหมดนี้เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Insurance Community และศูนย์กลางประกันภัย แห่งภูมิภาคอาเซียน (Hub of Insurance) โดยอาศัยหลักการ Co-Creation ที่ทุกภาคส่วนต้องลงมือทำร่วมกัน
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมถึงความสำเร็จและความคาดหวังจากการจัดงานว่า ความสำเร็จของงานในวันนี้คือการรวมพลังของ Co-Creators ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคเทคโนโลยี ที่มาทำงานบนเป้าหมายเดียวกัน ผมขอย้ำว่าบทบาทของสำนักงาน คปภ. จะไม่หยุดอยู่ที่ Regulator แต่จะก้าวไปเป็น Regulatory Partner ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเคียงข้างทุกภาคส่วน เราจะร่วมกันสร้างระบบประกันภัยที่มั่นคง โปร่งใส และเท่าทันเทคโนโลยี เพื่อให้อนาคตของ InsurTech ไทย ไม่ใช่แค่ความฝัน แต่เป็นความจริงที่เราสร้างขึ้นด้วยกัน โดยบรรยากาศตลอดการจัดงานเต็มไปด้วยพลังและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เวทีเสวนาหลักได้จุดประกายความคิดและมอบองค์ความรู้ใหม่ ๆ จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าน InsurTech ทั้งในและต่างประเทศ ที่มาแบ่งปันมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับนวัตกรรมและทิศทางของอุตสาหกรรมในอนาคต ขณะเดียวกันพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ หรือ Exhibition Hall ก็ได้รับความสนใจอย่างคับคั่ง โดยบริษัทเทคโนโลยีและบริษัทประกันภัยชั้นนำกว่า 30 แห่ง ได้นำโซลูชันและผลิตภัณฑ์ล่าสุดมาจัดแสดงและสาธิตการใช้งานจริง (Demo Showcase) เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสกับเทคโนโลยีที่จะเข้ามาปฏิวัติวงการประกันภัยอย่างใกล้ชิด หนึ่งในหัวใจสำคัญของความสำเร็จในครั้งนี้คือการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ (Networking) และการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ซึ่งเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับการเจรจาธุรกิจนั้นเต็มไปด้วยการพบปะพูดคุยระหว่างบริษัทประกันภัยที่กำลังมองหานวัตกรรมใหม่ ๆ และกลุ่ม Tech Startup ที่มีโซลูชันพร้อมตอบโจทย์ นำไปสู่การต่อยอดความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นอีกมากมายในอนาคต
การจัดงาน InsurTech Summit 2025 จึงไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในแง่ของจำนวนผู้เข้าร่วมและเนื้อหา แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพและความพร้อมของระบบนิเวศประกันภัยไทยในการก้าวสู่ระดับสากล นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของความร่วมมือและโครงการใหม่ ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชนและสังคมต่อไป
งานสัมมนาวิชาการที่จัดขึ้นครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานกำกับดูแล บริษัทประกันภัย บริษัทนายหน้าประกันภัย และบริษัทเทคโนโลยี (Tech Startup) ชั้นนำจากนานาประเทศที่ส่งผู้แทนเข้าร่วมกว่า 300 คน ที่มาร่วมอัปเดต เทรนด์นวัตกรรม แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยสู่การเป็น Insurance Community ระดับสากล
โดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธีและกล่าวเปิดงาน โดยได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์และความสำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ว่า ในยุคที่อุตสาหกรรมประกันภัยกำลังเผชิญความท้าทายใหม่ที่ซับซ้อน ทั้งจาก Climate Risk และการเข้าสู่สังคมสูงวัย บทบาทของสำนักงาน คปภ. ภายใต้วิสัยทัศน์ From Regulation to Collaboration จึงไม่อาจเป็นเพียงผู้ออกกฎ (Regulator) ได้อีกต่อไป แต่ต้องเป็นผู้สร้างสภาพแวดล้อม (Enabler) ที่เอื้อต่อการเติบโตของนวัตกรรมอย่างปลอดภัย สำนักงาน คปภ. ได้เร่งวางรากฐานสำคัญ ทั้งการปรับปรุง Regulatory Sandbox ให้คล่องตัว การวางแนวปฏิบัติ AI Governance และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่าง OIC Gateway และ Open Insurance ทั้งหมดนี้เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Insurance Community และศูนย์กลางประกันภัย แห่งภูมิภาคอาเซียน (Hub of Insurance) โดยอาศัยหลักการ Co-Creation ที่ทุกภาคส่วนต้องลงมือทำร่วมกัน
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมถึงความสำเร็จและความคาดหวังจากการจัดงานว่า ความสำเร็จของงานในวันนี้คือการรวมพลังของ Co-Creators ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคเทคโนโลยี ที่มาทำงานบนเป้าหมายเดียวกัน ผมขอย้ำว่าบทบาทของสำนักงาน คปภ. จะไม่หยุดอยู่ที่ Regulator แต่จะก้าวไปเป็น Regulatory Partner ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเคียงข้างทุกภาคส่วน เราจะร่วมกันสร้างระบบประกันภัยที่มั่นคง โปร่งใส และเท่าทันเทคโนโลยี เพื่อให้อนาคตของ InsurTech ไทย ไม่ใช่แค่ความฝัน แต่เป็นความจริงที่เราสร้างขึ้นด้วยกัน โดยบรรยากาศตลอดการจัดงานเต็มไปด้วยพลังและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เวทีเสวนาหลักได้จุดประกายความคิดและมอบองค์ความรู้ใหม่ ๆ จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าน InsurTech ทั้งในและต่างประเทศ ที่มาแบ่งปันมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับนวัตกรรมและทิศทางของอุตสาหกรรมในอนาคต ขณะเดียวกันพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ หรือ Exhibition Hall ก็ได้รับความสนใจอย่างคับคั่ง โดยบริษัทเทคโนโลยีและบริษัทประกันภัยชั้นนำกว่า 30 แห่ง ได้นำโซลูชันและผลิตภัณฑ์ล่าสุดมาจัดแสดงและสาธิตการใช้งานจริง (Demo Showcase) เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสกับเทคโนโลยีที่จะเข้ามาปฏิวัติวงการประกันภัยอย่างใกล้ชิด หนึ่งในหัวใจสำคัญของความสำเร็จในครั้งนี้คือการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ (Networking) และการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ซึ่งเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับการเจรจาธุรกิจนั้นเต็มไปด้วยการพบปะพูดคุยระหว่างบริษัทประกันภัยที่กำลังมองหานวัตกรรมใหม่ ๆ และกลุ่ม Tech Startup ที่มีโซลูชันพร้อมตอบโจทย์ นำไปสู่การต่อยอดความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นอีกมากมายในอนาคต
การจัดงาน InsurTech Summit 2025 จึงไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในแง่ของจำนวนผู้เข้าร่วมและเนื้อหา แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพและความพร้อมของระบบนิเวศประกันภัยไทยในการก้าวสู่ระดับสากล นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของความร่วมมือและโครงการใหม่ ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชนและสังคมต่อไป
บทความที่เกี่ยวข้อง
การแข่งขัน "Allianz Ayudhya presents LEGACY RACE" เวทีแข่งขันกีฬา Hybrid Fitness Race สำหรับผู้มีอายุ 50–69 ปี ภายใต้แนวคิด "WE ARE WARRIORS" เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาใส่ใจการดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้
24 มิ.ย. 2026
นายฉี - หลิง หยาง Chief Actuary บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมรับ 3 รางวัลอันทรงเกียรติจากเวทีระดับภูมิภาค Alpha Southeast Asia Awards 2025 สาขา Institutional Investor Corporate Awards
6 ส.ค. 2025
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เดินหน้าผลักดันกิจกรรม ภายใต้เครือข่ายความร่วมมือระดับโลก The Human Safety Net (THSN)
17 ก.พ. 2026


