คปภ. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569–2573) เปิดโอกาสทุกภาคส่วนร่วมกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมประกันภัยไทย สู่ระบบประกันภัยที่มั่นคงและยั่งยืน
อัพเดทล่าสุด: 15 ต.ค. 2025
169 ผู้เข้าชม

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) ต่อร่างแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 25692573) เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมประกันภัยได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยไปด้วยกัน โดยมีนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เป็นประธานเปิดการประชุม เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ณ ห้องวิภาวดี บอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
ร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับนี้มีวิสัยทัศน์หลัก คือ ระบบประกันภัยเป็นกลไกผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจและการจัดการความเสี่ยงภัยของประเทศ ซึ่งมุ่งเน้นให้ภาคอุตสาหกรรมประกันภัยเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายสำคัญในอนาคต ทั้งจากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศที่ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติรุนแรงบ่อยครั้ง การเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในธุรกิจประกันภัย ซึ่งถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในการปรับตัวของอุตสาหกรรมให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่
เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อุตสาหกรรมประกันภัยไทยได้ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านแผนพัฒนาการประกันภัยมาแล้ว 4 ฉบับ เพื่อสร้างระบบประกันภัยที่เข้มแข็งและมีเสถียรภาพ รองรับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดย (ร่าง) แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปี 2569 นี้ จะเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยให้เป็นกลไกหลักของประเทศในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน การประชุมในครั้งนี้ได้รับความสนใจจาก ผู้แทนภาคอุตสาหกรรมประกันภัยเข้าร่วมกว่า 229 คน ประกอบด้วย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน สมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย ผู้บริหารบริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย และผู้บริหารสำนักงาน คปภ. โดยผู้แทนจากสมาคมต่าง ๆ ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาแผนฉบับนี้ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อาทิ นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ได้สะท้อนถึงผลกระทบจากภาวะดอกเบี้ยต่ำที่มีต่อธุรกิจประกันชีวิต รวมถึงต้นทุนด้านการประกันสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นายอานนท์ วังวสุ ที่ปรึกษาสมาคมประกันวินาศภัยไทย และประธานกรรมการบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ได้กล่าวถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของธุรกิจประกันภัยรถยนต์จากการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะส่งผลต่อระบบนิเวศของอุตสาหกรรมในอนาคต และ ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา นายกสมาคมนายหน้าประกันวินาศภัยไทย ได้ชื่นชมโครงการ Insure Mall ของสำนักงาน คปภ. ว่าเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการประกันภัยได้ง่ายขึ้น และเสนอให้พัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง โดยนำแนวคิดจากแพลตฟอร์มในต่างประเทศมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
หลังจากการประชุมในครั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะรวบรวมและประมวลความคิดเห็นที่ได้รับจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปประกอบการปรับปรุง (ร่าง) แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 25692573) ให้มีความรอบด้าน ครอบคลุมทุกมิติ ของอุตสาหกรรม ก่อนเสนอให้คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (บอร์ด คปภ.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง แข็งแรง และยั่งยืน พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของประเทศ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต
ร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับนี้มีวิสัยทัศน์หลัก คือ ระบบประกันภัยเป็นกลไกผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจและการจัดการความเสี่ยงภัยของประเทศ ซึ่งมุ่งเน้นให้ภาคอุตสาหกรรมประกันภัยเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายสำคัญในอนาคต ทั้งจากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศที่ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติรุนแรงบ่อยครั้ง การเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในธุรกิจประกันภัย ซึ่งถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในการปรับตัวของอุตสาหกรรมให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่
เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อุตสาหกรรมประกันภัยไทยได้ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านแผนพัฒนาการประกันภัยมาแล้ว 4 ฉบับ เพื่อสร้างระบบประกันภัยที่เข้มแข็งและมีเสถียรภาพ รองรับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดย (ร่าง) แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปี 2569 นี้ จะเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยให้เป็นกลไกหลักของประเทศในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน การประชุมในครั้งนี้ได้รับความสนใจจาก ผู้แทนภาคอุตสาหกรรมประกันภัยเข้าร่วมกว่า 229 คน ประกอบด้วย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน สมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย ผู้บริหารบริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย และผู้บริหารสำนักงาน คปภ. โดยผู้แทนจากสมาคมต่าง ๆ ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาแผนฉบับนี้ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อาทิ นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ได้สะท้อนถึงผลกระทบจากภาวะดอกเบี้ยต่ำที่มีต่อธุรกิจประกันชีวิต รวมถึงต้นทุนด้านการประกันสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นายอานนท์ วังวสุ ที่ปรึกษาสมาคมประกันวินาศภัยไทย และประธานกรรมการบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ได้กล่าวถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของธุรกิจประกันภัยรถยนต์จากการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะส่งผลต่อระบบนิเวศของอุตสาหกรรมในอนาคต และ ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา นายกสมาคมนายหน้าประกันวินาศภัยไทย ได้ชื่นชมโครงการ Insure Mall ของสำนักงาน คปภ. ว่าเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการประกันภัยได้ง่ายขึ้น และเสนอให้พัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง โดยนำแนวคิดจากแพลตฟอร์มในต่างประเทศมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
หลังจากการประชุมในครั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะรวบรวมและประมวลความคิดเห็นที่ได้รับจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปประกอบการปรับปรุง (ร่าง) แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 25692573) ให้มีความรอบด้าน ครอบคลุมทุกมิติ ของอุตสาหกรรม ก่อนเสนอให้คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (บอร์ด คปภ.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง แข็งแรง และยั่งยืน พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของประเทศ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต
บทความที่เกี่ยวข้อง
บริษัท ไรเดอร์ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้ง ดร.ปานวัฒน์ กูรมาภิรักษ์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO) บริษัทไรเดอร์ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด (มหาชน) และผศ.ดร.สุรชัย พรหมพันธุ์ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริษัท
14 ธ.ค. 2024
กรุงเทพประกันชีวิต เชื่อมั่นในพลังความใส่ใจ ส่งมอบความรักในวันวาเลนไทน์ให้กับสังคมผ่านแคมเปญ BLA ใส่ใจคนโสด เปิดโหมดแฮปปี้ จัดคาราวานสร้างความอุ่นใจแบบใจฟูให้คนโสดพร้อมกัน
28 ก.พ. 2025
ไทยประกันชีวิต เปิดตัว “เลกาซี ฟิต รีไทร์ 99/10” ชวนคนไทยวางแผนความมั่นคงหลังเกษียณ ควบคู่กับการสร้างหลักประกันชีวิตระยะยาว พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษี
10 ธ.ค. 2025


