ธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมประชุมกับสำนักงาน คปภ. เพื่อขอหารือแนวทางการดำเนินคดีกับบุคคลหรือบริษัทที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ เพื่อไปปรับใช้กับกรณีผู้กระทำการเป็นธนาคารที่ไม่ได้รับอนุญาต
อัพเดทล่าสุด: 23 ก.ย. 2025
230 ผู้เข้าชม

สำนักงาน คปภ. ให้การต้อนรับผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ในการเข้าหารือแนวทางการดำเนินคดีกับบุคคลหรือบริษัทที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ เพื่อไปปรับใช้กับกรณีผู้กระทำการเป็นธนาคารที่ไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 สำนักงาน คปภ. โดยนายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ และ นายจอม จีระแพทย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสายกฎหมายและคดี ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมร่วมสนทนาและกล่าวถึงหลักการ วิธีการดำเนินงานของสำนักงาน คปภ. กรณีดำเนินคดีกับผู้กระทำการประกอบธุรกิจประกันภัยโดยไม่ได้รับอนุญาตและกรณีผู้กระทำการเป็นคนกลางประกันภัยโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานได้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ บูรณาการข้อมูลร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ยกระดับการกำกับดูแลภาคธุรกิจ และการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพ ผ่านมาตรการทางกฎหมาย
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน สำนักงาน คปภ. ได้มีการบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินการทางอาญา ทางปกครองต่อผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย โดยการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการปฏิบัติงาน เช่น ระบบ CARES (Comprehensive Anti - Fraud & Risk Elimination System) ระบบ IRIS เพื่อวิเคราะห์ ตรวจจับ รายงานพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายฉ้อฉลประกันภัย รวมไปถึงการเพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาตกรณีตัวแทน/นายหน้าประกันภัยที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยมีการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
การพบกันในวันนี้ จึงถือเป็นนิมิตหมายที่ดีและเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือในการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายของทั้ง 2 หน่วยงาน ที่ต่างเป็นหน่วยงานกำกับธุรกิจภาคการเงิน ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แนวทางการดำเนินคดีกับบุคคลที่กระทำการหลอกลวงประชาชน รวมไปถึงการพัฒนารูปแบบ วิธีการดำเนินการต่าง ๆ อันเป็นการช่วยยกระดับมาตรการการกำกับ ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจาก ในปัจจุบัน รูปแบบการกระทำความผิดทั้งธุรกรรมทางการเงินและประกันภัยมีความซับซ้อนมากขึ้น มีความเสียหาย รวมนับพันล้านบาท ดังนั้น การดำเนินการในทางกฎหมาย จึงต้องมีความเข้มข้นและทันท่วงที เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ กล่าวในตอนท้าย
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 สำนักงาน คปภ. โดยนายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ และ นายจอม จีระแพทย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสายกฎหมายและคดี ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมร่วมสนทนาและกล่าวถึงหลักการ วิธีการดำเนินงานของสำนักงาน คปภ. กรณีดำเนินคดีกับผู้กระทำการประกอบธุรกิจประกันภัยโดยไม่ได้รับอนุญาตและกรณีผู้กระทำการเป็นคนกลางประกันภัยโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานได้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ บูรณาการข้อมูลร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ยกระดับการกำกับดูแลภาคธุรกิจ และการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพ ผ่านมาตรการทางกฎหมาย
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน สำนักงาน คปภ. ได้มีการบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินการทางอาญา ทางปกครองต่อผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย โดยการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการปฏิบัติงาน เช่น ระบบ CARES (Comprehensive Anti - Fraud & Risk Elimination System) ระบบ IRIS เพื่อวิเคราะห์ ตรวจจับ รายงานพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายฉ้อฉลประกันภัย รวมไปถึงการเพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาตกรณีตัวแทน/นายหน้าประกันภัยที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยมีการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
การพบกันในวันนี้ จึงถือเป็นนิมิตหมายที่ดีและเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือในการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายของทั้ง 2 หน่วยงาน ที่ต่างเป็นหน่วยงานกำกับธุรกิจภาคการเงิน ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แนวทางการดำเนินคดีกับบุคคลที่กระทำการหลอกลวงประชาชน รวมไปถึงการพัฒนารูปแบบ วิธีการดำเนินการต่าง ๆ อันเป็นการช่วยยกระดับมาตรการการกำกับ ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจาก ในปัจจุบัน รูปแบบการกระทำความผิดทั้งธุรกรรมทางการเงินและประกันภัยมีความซับซ้อนมากขึ้น มีความเสียหาย รวมนับพันล้านบาท ดังนั้น การดำเนินการในทางกฎหมาย จึงต้องมีความเข้มข้นและทันท่วงที เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ กล่าวในตอนท้าย
บทความที่เกี่ยวข้อง
ระบบการรับประกันภัยรถภาคบังคับผ่านแดนอาเซียน (ASEAN Compulsory Motor Insurance : ACMI) พร้อมให้บริการรับประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับแก่ผู้ใช้รถผ่านแดนที่มีความประสงค์เดินทางเข้ามายังประเทศไทย ในรูปแบบกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ (Online Real Time)
22 ก.ค. 2024
การขยายความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสององค์กรยาวนานเกือบสองทศวรรษ ถือเป็นหนึ่งในความร่วมมือกับสโมสรพรีเมียร์ลีกที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์
9 พ.ย. 2025
กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี และมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้นได้ตามเป้าผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น 3.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ และเงินปันผลระหว่างกาลต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2
26 ส.ค. 2024


