แชร์

ทรู คอร์ปอเรชั่น พลิกธุรกิจสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ รายงานกำไรสุทธิ ไตรมาสแรก 1.6 พันล้านบาท

อัพเดทล่าสุด: 12 พ.ค. 2025
390 ผู้เข้าชม

ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานผลกำไรสุทธิหลังหักภาษี 1.6 พันล้านบาท ในไตรมาส 1/2568 นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สามารถพลิกธุรกิจกลับมาสร้างกำไรภายในระยะเวลา 2 ปีหลังการควบรวมกิจการ โดยมีกำไรสุทธิหลังหักภาษีและหลังปรับปรุงรายการพิเศษ (Normalized Net Profit) อยู่ที่ 4.3 พันล้านบาท สำหรับไตรมาสแรกของปี 2568 โดย EBITDA ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การควบรวมกิจการจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นผลมาจากจากการมุ่งเน้นผลการดำเนินงานและวินัยทางการเงิน ตลอดจนการรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวม (Synergy)

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า "การผนวกรวมทรูและดีแทคเข้าด้วยกันถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในการรวมสองผู้นำในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเข้าเป็นหนึ่งเดียว  ภายใต้เป้าหมายที่ชัดเจนในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การรักษาวินัยทางการเงิน  และการสร้างคุณค่าและผลประโยชน์ร่วมกัน (Synergy) เราได้ปรับปรุงเครือข่ายของเราให้ทันสมัย ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเสริมประสบการณ์ในทุกช่องทางการให้บริการลูกค้า และที่สำคัญเราได้สร้างทีมที่เป็นหนึ่งเดียวกันด้วยเป้าหมายร่วมกัน ที่พร้อมขับเคลื่อนการทำงานให้เร็วขึ้นและสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่ง  ผมรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมากในความทุ่มเทและความมุ่งมั่นของทีมงานตลอดเส้นทางที่ผ่านมา 

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของทรู คอร์ปอเรชั่น ที่สามารถพลิกฟื้นธุรกิจสร้างผลกำไรได้ในไตรมาสที่ 1/2568

ปัจจุบัน ทรู คอร์ปอเรชั่น มีความพร้อมทั้งด้านการดำเนินงาน และสถานะการเงินเพื่อรองรับการเติบโตในระยะต่อไป เป้าหมายของเราคือการพัฒนาองค์กรจากผู้ให้บริการโทรคมนาคม สู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ (Telecom-tech company) ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าในทุกภาคส่วนของสังคม เรามุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยนวัตกรรม และสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ความก้าวหน้าที่เราได้บรรลุจนถึงปัจจุบัน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบุคลากรของเรา และเป็นรากฐานที่สำคัญในการก้าวต่อไปด้วยเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม"

ในไตรมาส 1/2568 จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง 638,000 เลขหมาย หรือ 1.3% จากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 48.8 ล้านเลขหมาย โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง 4.4% ซึ่งเป็นผลจากกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการเพิ่มผู้ใช้บริการที่มีคุณภาพในช่วงปี 2567 ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 ผู้ใช้บริการระบบรายเดือนเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน อยู่ที่ 15.3 ล้านเลขหมาย ผู้ใช้บริการระบบเติมเงินลดลง 2.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน มีจำนวน 33.5 ล้านเลขหมาย ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยตามฤดูกาล สำหรับผู้ใช้บริการออนไลน์เพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน อยู่ที่ 3.8 ล้านราย ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 ผู้ใช้บริการ 5G เพิ่มขึ้นเป็น 14.2 ล้านเลขหมาย

นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า "ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้บรรลุเป้าหมายที่สำคัญในไตรมาสแรกของปี 2568 โดยเป็นครั้งแรกที่รายงานกำไรสุทธินับตั้งแต่การควบรวมกิจการ บริษัทฯ สามารถสร้างกำไรสุทธิหลังหักภาษี 1.6 พันล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่บริษัทได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ บริษัทยังคงรักษาแนวโน้มการทำกำไรไว้ได้อย่างต่อเนื่อง  โดย EBITDA ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในไตรมาสนี้ แม้จะมีความท้าทายจากรายได้รวมที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยตามฤดูกาล

ในไตรมาสแรก รายได้จากการให้บริการ (ไม่รวมรายได้จากค่าบริการเชื่อมต่อโครงข่าย หรือ IC ) ปรับตัวดีขึ้น 0.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของของรายได้ในกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ ในขณะที่รายได้ของกลุ่มธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิกลดลง ทั้งนี้ รายได้จากการให้บริการในไตรมาส 1/2568 ได้รับผลกระทบจากปัจจัยตามฤดูกาลและรายได้จากการโรมมิ่งภายในประเทศที่ลดลง อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมผลกระทบดังกล่าว รายได้จากการให้บริการปรับตัวดีขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และไตรมาสก่อน ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานรายได้รวมเติบโต 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน การปรับตัวดีขึ้นของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เทียบกับไตรมาส 1/2567 ได้รับผลกระทบบางส่วนจากรายได้ค่าเช่าเครือข่ายที่ลดลงอันเป็นผลจากการโอนย้ายผู้ใช้บริการออกจากคลื่น 850 MHz ซึ่งจะหมดอายุสัมปทานในเดือนสิงหาคม 2568

สำหรับไตรมาส 1/2568 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (ไม่รวมค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย หรือ D&A) ลดลง 5.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ต้นทุนเครือข่ายลดลง 4.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้ผลประโยชน์จากการดำเนินการพัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัยและการจัดซื้อจัดจ้าง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลดลง 16.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับผลประโยชน์จากการประหยัดต้นทุนจากการปรับโครงสร้างองค์กรให้ทันสมัย การริเริ่มกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ ๆ และประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ด้วยการบูรณาการกรอบการดำเนินงานที่มุ่งเน้นความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

ทรู คอร์ปอเรชั่น บันทึกการเพิ่มขึ้นของ EBITDA จำนวน 5.8 พันล้านบาท นับตั้งแต่การควบรวมกิจการ ซึ่งแสดงถึงการปรับตัวดีขึ้นของ EBITDA อย่างต่อเนื่อง ในไตรมาส 1/2568 EBITDA เพิ่มขึ้น 7.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน การเติบโตของ EBITDA มาจากการรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวม และวินัยทางการเงิน อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการปรับตัวดีขึ้น 4.0 จุดเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 61.2% สำหรับไตรมาสแรกของปี 2568ในไตรมาสที่ 1/2568 ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานกำไรสุทธิหลังหักภาษีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ควบรวมกิจการที่ 1.6 พันล้านบาท สำหรับไตรมาสนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น บันทึกผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (one-time costs) จำนวน 2.9 พันล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับการด้อยค่าสินทรัพย์จากการดำเนินการพัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัย เมื่อปรับปรุงผลกระทบจากรายการครั้งเดียวและผลประโยชน์ทางภาษีในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 จำนวน 160 ล้านบาท กำไรสุทธิหลังหักภาษีมีจำนวน 4.3 พันล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการปรับตัวดีขึ้นของ EBITDA และการลดลงของค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย รวมถึงต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (CAPEX) สำหรับไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 5.5 พันล้านบาท โดยเกือบครึ่งหนึ่งเป็นต้นทุนการบูรณาการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการพัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัย

ตัวเลขทางการเงินที่สำคัญสำหรับไตรมาส 1/2568

- รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย หรือ IC: 41.3 พันล้านบาท ปรับตัวดีขึ้น 0.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

- EBITDA: 25.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

- อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการ: 61.2%

- กำไรสุทธิหลังหักภาษี (NPAT): 1.6 พันล้านบาท, 4.3 พันล้านบาท (ภายหลังการปรับปรุงจากผลกระทบที่เกิดขึ้นเพียงครั้งดียว)


บทความที่เกี่ยวข้อง
Elite Plus ฉลอง 11 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ชวนพัฒนาโอกาสทางการศึกษา  และมอบทุนสนับสนุน ‘มูลนิธิบราเดอร์หลุยส์ ชาแนล’
นิตยสาร Elite Plus โดยบริษัท อีลีท ครีเอทีฟ จำกัด ในเครือของสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นได้รับความสนใจจากแฟนนักอ่านที่ชอบเสพความสุนทรียะของข่าวสารผ่านตัวหนังสือ ซึมซับแนวคิดและแรงบันดาลใจจากบุคคลที่ประสบความสำเร็จทั้งเรื่องชีวิตและการงาน อัพเดตสถานการณ์โลกในปัจจุบัน สำหรับความพิเศษในปีนี้ Elite Plus จัดยิ่งใหญ่ฉลองครบ 11 ปี Elite Plus Magazine 11th Anniversary Gala Celebration
2 มิ.ย. 2025
เอปสันเผยวิสัยทัศน์ผู้นำตลาด B2B ด้วยสูตรนวัตกรรมผสานความยั่งยืน เปิดตัวเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อยุค Green Office พร้อมโปรเจคเตอร์เพื่อธุรกิจ 15 รุ่น
เอปสัน เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ครอบคลุมทั้งเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทในกลุ่ม EcoTank และ WorkForce รวม 7 รุ่น พร้อมด้วยโปรเจคเตอร์เพื่อธุรกิจในซีรีส์ EB และโปรเจคเตอร์เลเซอร์อีก 15 รุ่น ภายใต้กลยุทธ์มุ่งนำเสนอนวัตกรรมที่ทรงประสิทธิภาพ คุ้มค่าในการลงทุน ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
30 มิ.ย. 2025
Brother พลิกโฉมสู่ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ชูแนวคิด “At Your Side, Every Side of Life”
บราเดอร์ เดินหน้าปรับกลยุทธ์ธุรกิจปี FY2026 ภายใต้แนวคิด “At Your Side, Every Side of Life”
10 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy