แชร์

Money20/20 เปิดงานวันแรกอย่างคึกคัก คาดอุตสาหกรรมการชำระเงินระหว่างประเทศของเอเชียโตถึง 23.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี พ.ศ.2575 พร้อมกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่องตั้งเเต่วันนี้ถึง 24 เมษา ณ ศูนย์สิริกิติ์

อัพเดทล่าสุด: 23 เม.ย. 2025
418 ผู้เข้าชม

Money20/20 มหกรรมงานรวมฟินเทคชั้นนำของโลก กลับมาเยือนกรุงเทพฯ อีกครั้ง หลังจากความยิ่งใหญ่ด้านความสำเร็จในการสร้างโอกาสของอุตสาหกรรมทางการเงินและเทคโนโลยีที่มากมายให้แก่ผู้เข้าร่วมงานชั้นนำระดับภูมิภาคและโลก ซึ่งการกลับมาครั้งนี้เพื่อตอกย้ำประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมทางการเงินและเทคโนโลยีที่สำคัญของภูมิภาคนี้ โดยจากรายงานล่าสุดเกิดขึ้นบนความร่วมมือกับ FXC Intelligence ที่ได้มีการเปิดเผยเป็นครั้งเเรกวันนี้ ณ งาน Money20/20 Asia ว่าปริมาณของการชำระเงินระหว่างประเทศ (cross-border payments) ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคาดจะเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าภายในปี พ.ศ.2575 โดยจะแตะระดับ 23.8 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 12.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปีที่เเล้ว ซึ่งอัตราการเติบโตดังกล่าวแซงหน้าค่าเฉลี่ยทั่วโลกและคาดว่าจะทำให้ส่วนแบ่งของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในการการชำระเงินระหว่างประเทศทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 36.8 ภายในปี พ.ศ. 2575

รายงานภายใต้หัวข้อ How Will Asias Money Move in the Future? 2025s View of 2035 ซึ่งใช้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับขนาดตลาดจากบริษัทและผู้นำในอุตสาหกรรมมากกว่า 100 ราย เพื่อวิเคราะห์แนวโน้ม เทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายที่คาดว่าจะกำหนดภูมิทัศน์การชำระเงินระหว่างประเทศของภูมิภาคเอเชียในอีกสิบปีข้างหน้า

ประเด็นสำคัญที่ได้จากรายงาน:

ภูมิทัศน์ของการชำระเงินระหว่างประเทศที่ขยายตัว

ในปี พ.ศ.2567 ทวีปเอเชียแปซิฟิกคิดเป็นร้อยละ 32.2 ของการชำระเงินระหว่างประเทศของร้านค้าปลีกทั่วโลก ซึ่งมีมูลค่ารวม 12.8 ล้านล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลการกำหนดขนาดตลาดของ FXC Intelligence ที่เผยแพร่เป็นครั้งแรกในรายงาน ภายในปี พ.ศ. 2575 คาดว่าภูมิภาคนี้จะมีมูลค่าถึง 23.8 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเติบโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก และเพิ่มส่วนแบ่งของกระแสเงินทั่วโลกเป็นร้อยละ 36.8.

อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยการทำงานร่วมกันและเทคโนโลยี

รายงานพบว่าบริษัทและผู้นำในอุตสาหกรรมร้อยละ 88 มองว่าการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งที่สำคัญมากหรือเรียกได้ว่ามากที่สุดต่ออนาคตการชำระเงินของเอเชีย ร้อยละ 66 เชื่อว่าระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์จะเป็นอีกสิ่งสำคัญที่ไม่แพ้กัน ตามมาด้วยร้อยละ 59 เรื่องของกระเป๋าเงินดิจิทัลพร้อมด้วยแรงผลักดันเพิ่มเติมจาก โครงการสกุลเงินดิจิทัล หรือ CBDC, สินทรัพย์ดิจิทัลหรือเหรียญคริปโทฯ ที่มีความมั่นคงสูง หรือ stablecoin, QR code และ Application Programming Interface หรือ API

พฤติกรรมผู้บริโภค นโยบาย และนวัตกรรมภาคเอกชนเป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

บริษัทและผู้นำในอุตสาหกรรมระบุว่าพฤติกรรมผู้บริโภคกว่าร้อยละ 79% นโยบายด้านกฎระเบียบกว่าร้อยละ 86% และนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีกว่าร้อยละ 79% คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่มีอิทธิพลต่อโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต แม้ว่า B2B และ B2C จะยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดอย่างมาก แต่คาดว่าการชำระเงินแบบ B2C จะเติบโตเร็วที่สุดเนื่องจากการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซและบริการสมัครสมาชิกต่าง ๆ

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศที่เร่งตัวมากขึ้น

โครงการต่าง ๆ เช่น Project Nexus ที่เกิดขึ้นเพื่อการจัดแนวทางนโยบายระดับภูมิภาค และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเริ่มสร้างรากฐานสำหรับประสบการณ์ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ที่ข้ามประเทศให้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้นำในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าความหลากหลายด้านการใช้งาน หรือประสบการณ์ที่เสาะหาของแต่ละภูมิภาคนั้น อาจทำให้โซลูชันที่โดดเด่นมาก ๆ ในการตอบโจทย์การใช้งานระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ นั้นเป็นสิ่งอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้



การเติบโตอย่างรวดเร็วกำลังเกิดขึ้นอย่างเห็นได้อย่างมีนัยสำคัญในด้านของการดำเนินธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งในอีกสิบปีข้างหน้าสิ่งสำคัญที่สุดคือการกำหนดโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงในการขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นคุณ Scarlett Sieber, Chief Strategy และ Growth Officer ของ Money20/20 กล่าวว่าพร้อมเสริมว่า อนาคตของภูมิภาคเอเชียไม่ได้ขึ้นอยู่กับรากฐานหนึ่งเดียวที่เหมาะสมกับทุกคนในอุตสาหกรรม แต่ต้องพึ่งรากฐานของวงการทั้งหมดที่เชื่อมโยงกัน และสามารถสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและการยอมรับในระดับภูมิภาคได้อย่างแท้จริง



คุณ Daniel Webber, Founder และ CEO ของ FXC Intelligence กล่าวว่า ภูมิทัศน์ด้านการชำระเงินของภูมิภาคเอเชียกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีความซับซ้อนอย่างมากเช่นกัน ซึ่งรายงานฉบับนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการร่วมมือกันอย่างตั้งใจระหว่างประเทศและภาคส่วนต่าง ๆ อีกทั้งเทคโนโลยีที่กำลังจะเข้ามามีบทบาท เพื่อให้เกิดระบบนิเวศทางการเงินที่ครอบคลุมอย่างแท้จริง การทำงานร่วมกันนั้นไม่ได้เป็นการสะท้อนถึงความท้าทายทางเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้น แต่มันคือโอกาสของความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่ในระดับภูมิภาคด้วยที่ยิ่งใหญ่ด้วยกัน

รายงานล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าภูมิภาคเอเชียกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ด้วยความหลากหลายของโครงสร้างพื้นฐานที่มีมานาน ความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น และนวัตกรรมดิจิทัลที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยภูมิภาคนี้จึงกำลังเปลี่ยนจากระบบการทำงานแบบเอกเทศมาสู่การร่วมมือกันตั้งเเต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยจะจับมือกันทำงานร่วมมากขึ้น โดยจะพึ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากกว่าหนึ่งเดียวเพื่อผลักดันความสำเร็จ และสำคัญที่สุดคือการที่การก้าวสู่ความสำเร็จนั้นจะถูกกำหนดโดยนโยบายที่ชาญฉลาด เทคโนโลยีที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และแนวทางการทำงานร่วมกันในทุกตลาดอย่างแข็งแกร่งและสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างไร้รอยต่อ และลงตัว

 

 

Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
ออร์บิกซ์ คว้า 3 รางวัลระดับโลก ตอกย้ำความน่าเชื่อถือ และมาตรฐานระดับสากลของแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลไทย
orbix เดินหน้าสร้างมาตรฐานระดับสากลอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดคว้า 3 รางวัลใหญ่ที่ยกย่องความน่าเชื่อถือ และมาตรฐานระดับสากลของแพลตฟอร์ม จากเวทีระดับนานาชาติประจำปี 2568
20 ต.ค. 2025
บลจ.กสิกรไทย มุ่งสร้างองค์ความรู้อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Top of Mind Investment House
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) คว้ารางวัล การสร้างองค์ความรู้อย่างยั่งยืน (Sustainability Award) จากโครงการตลาดทุนไทย
29 ต.ค. 2024
ทีทีบี เปิดให้ผู้ที่ไม่มีสลิปเงินเดือน สมัครบัตรเครดิต ttb  เพียงใช้เงินฝากค้ำประกัน เริ่มต้น 15,000 บาท พร้อมรับสิทธิ์ผ่อน 0% นาน 3 เดือน และฟรีประกันอุบัติเหตุ
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดให้ผู้ที่ไม่มีรายได้ประจำหรือผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ สมัครบัตรเครดิต ttb  โดยไม่ต้องใช้เอกสารรายได้หรือสลิปเงินเดือน เพียงใช้เงินฝากค้ำประกัน เริ่มต้น 15,000 บา
5 ส.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy