อลิอันซ์ เปิดรายงานวิเคราะห์อนาคตธุรกิจประกันภัยทั่วโลก พร้อมชี้ประกันภัยยังเป็นธุรกิจแห่งอนาคต เติบโตในระยะยาว
อัพเดทล่าสุด: 3 มิ.ย. 2026
29 ผู้เข้าชม

กลุ่มอลิอันซ์เผยแพร่รายงาน “Global Insurance Report” ฉบับล่าสุด วิเคราะห์พัฒนาการและแนวโน้มของอุตสาหกรรมประกันภัยทั่วโลก โดยระบุว่า แม้การเติบโตของตลาดประกันภัยโลกจะเริ่มชะลอกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากขยายตัวโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา แต่อุตสาหกรรมประกันภัยยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว ท่ามกลางบริบทโลกที่มีความซับซ้อนและแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น
ตลาดประกันภัยโลกชะลอสู่ระดับปกติ แต่ยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
รายงานระบุว่า อุตสาหกรรมประกันภัยโลกในปี 2568 มีมูลค่าเบี้ยประกันภัยรวมประมาณ 6.99 ล้านล้านยูโร(265.27 ล้านล้านบาท) เติบโต +7.1% หรือเพิ่มขึ้นราว 456 พันล้านยูโร(17.31 ล้านล้านบาท) แม้จะชะลอลงจากการเติบโต +9.4% ในปี 2567 แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยการเติบโตสะสมต่อปี (CAGR) ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่ระดับ +5.6% สะท้อนว่าปัจจัยขับเคลื่อนหลักของอุตสาหกรรมยังคงแข็งแกร่ง โดยประกันชีวิตยังคงเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ด้วยมูลค่า 2.861 ล้านล้านยูโร (108.59 ล้านล้านบาท) ตามมาด้วยประกันวินาศภัย (P&C) ที่ 2.320 ล้านล้านยูโร และประกันสุขภาพที่ 1.688 ล้านล้านยูโร (64.06 ล้านล้านบาท)
ตลาดประกันวินาศภัยทั่วโลกเริ่มเข้าสู่ช่วงปกติ หลังจากช่วงการปรับขึ้นราคาเบี้ยประกันภัย โดยในปี 2568 เติบโต +3.8% ลดลงจาก +8.5% ในปีก่อนหน้า ขณะที่ราคาค่าสินไหมเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น อเมริกาเหนือยังคงเป็นตลาดหลัก คิดเป็น 52% ของเบี้ยประกันวินาศภัยทั่วโลก แม้อัตราการเติบโตจะชะลอลงอย่างชัดเจนจาก +9.7% เหลือ +2.2% ขณะที่ยุโรปตะวันตกยังเติบโตได้ค่อนข้างแข็งแกร่งที่ +5.3% ส่วนเอเชียเติบโต +4.0%
ด้านตลาดประกันชีวิตทั่วโลกยังคงขยายตัวได้ดีที่ +6.9% แม้จะลดลงจาก +11.3% ในปี 2567 โดยแรงหนุนจากตลาดอเมริกาเหนือเริ่มชะลอลงหลังความนิยมในผลิตภัณฑ์เงินบำนาญลดลง ขณะที่เอเชียกลับมาเป็น “Growth Engine” สำคัญของโลกอีกครั้ง โดยเบี้ยประกันชีวิตในเอเชียเติบโต +9.9% และจีนเติบโตสูงถึง +11.4% จากปัจจัยด้านสังคมผู้สูงอายุ อัตราการออมที่สูง และระบบบำนาญภาครัฐที่ยังครอบคลุมไม่เพียงพอ
ประกันสุขภาพถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่โดดเด่นที่สุดในเชิงโครงสร้าง โดยเบี้ยประกันสุขภาพทั่วโลกเติบโตถึง +12.3% สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2557 จากแรงกดดันด้านค่ารักษาพยาบาล สังคมผู้สูงอายุ และข้อจำกัดของระบบสาธารณสุขภาครัฐ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่คิดเป็นกว่า 70% ของเบี้ยประกันสุขภาพทั่วโลก แม้ความต้องการหลังโควิดจะเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ แต่เอเชียยังคงมีศักยภาพการเติบโตสูง เนื่องจากอัตราการเข้าถึงประกันสุขภาพในหลายประเทศยังต่ำกว่า 1%
รายงานยังชี้ว่า ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมประกันภัยโลก เนื่องจากสภาพแวดล้อมด้านความเสี่ยงมีความซับซ้อนมากขึ้น ส่งผลต่อโมเดลธุรกิจข้ามพรมแดนและลดประสิทธิภาพของการกระจายความเสี่ยงแบบเดิม ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสใหม่ให้ธุรกิจประกันภัย ผ่านความต้องการด้านการคุ้มครอง ความยืดหยุ่นของระบบเศรษฐกิจ และผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง เช่น ประกันความเสี่ยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และความเสี่ยงทางการเมือง
ประเทศไทย ประกันสุขภาพโตเด่น หนุนตลาดโดยรวม
สำหรับประเทศไทย ตลาดประกันภัยในปี 2568 เติบโต +3.1% มีรายได้เบี้ยประกันภัยรวม 26.2 พันล้านยูโร(9.94 แสนล้านบาท) โดยประกันวินาศภัยเติบโตเพียง +0.5% และประกันชีวิตเติบโต +1.9% ขณะที่ประกันสุขภาพโดดเด่นที่สุด เติบโต +13.1% สะท้อนความต้องการความคุ้มครองสุขภาพเพิ่มเติมของภาคเอกชน ท่ามกลางสังคมสูงวัยและแรงกดดันต่อระบบสาธารณสุขภาครัฐ
ประกันภัยยังเป็นธุรกิจแห่งอนาคตในระยะยาว
รายงานของกลุ่มอลิอันซ์ คาดการณ์ว่า ตลาดประกันภัยโลกจะเติบโตเฉลี่ย +5.3% ต่อปีในช่วง 10 ปีข้างหน้า สูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยรวม ขณะที่ประเทศไทยคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย +4.8% ต่อปี สูงกว่าการเติบโตของ GDP ที่ +4.1% โดยมีแรงสนับสนุนจากสังคมผู้สูงอายุ ความต้องการด้านสุขภาพ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ตลาดประกันวินาศภัยทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย +4.7% ต่อปี ในขณะที่ ประเทศไทยคาดว่าจะเติบโต +4.5% จากความต้องการด้านการคุ้มครองที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่วนประกันชีวิตทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย +4.9% ต่อปี ในขณะที่ ประเทศไทยคาดว่าจะเติบโต +3.6% โดยเอเชียยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่ประกันสุขภาพจะยังเป็นกลุ่มที่เติบโตสูงที่สุดที่ +6.7% ต่อปีทั่วโลก และ +8.6% สำหรับประเทศไทย
ในเชิงมูลค่า ตลาดประกันภัยโลกจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 5.26 ล้านล้านยูโร(199.62 ล้านล้านบาท) ในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของเบี้ยประกันภัยใหม่จะมาจากเอเชีย ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของศูนย์กลางตลาดประกันภัยโลก ที่กำลังเคลื่อนตัวสู่ฝั่งตะวันออกอย่างต่อเนื่อง
ลูโดวิค เซอร์บราน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเศรษฐศาสตร์และการลงทุนของกลุ่มอลิอันซ์ กล่าวว่า “การแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังเปลี่ยนสมมติฐานพื้นฐานที่เคยกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกมานานหลายทศวรรษ เมื่อการค้า เงินทุน และกฎระเบียบมีแนวโน้มแยกตัวออกจากกันมากขึ้น การปรับตัวได้รวดเร็วเพื่อรับมือความเสี่ยง กำลังเข้ามาแทนที่ความมีประสิทธิภาพสูงสุด ในฐานะหลักการสำคัญของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจสูงขึ้นและซับซ้อนมากขึ้น พร้อมผลักดันให้เรื่องความสามารถในการเข้าถึงประกันได้ กลายเป็นประเด็นสำคัญยิ่งกว่าเดิม เพราะท้ายที่สุดแล้ว ธุรกิจประกันภัยไม่ได้มีบทบาทเพียงการบริหารความเสี่ยง แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการลงทุน นวัตกรรม และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ”
(อัตราค่าแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569)
ตลาดประกันภัยโลกชะลอสู่ระดับปกติ แต่ยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
รายงานระบุว่า อุตสาหกรรมประกันภัยโลกในปี 2568 มีมูลค่าเบี้ยประกันภัยรวมประมาณ 6.99 ล้านล้านยูโร(265.27 ล้านล้านบาท) เติบโต +7.1% หรือเพิ่มขึ้นราว 456 พันล้านยูโร(17.31 ล้านล้านบาท) แม้จะชะลอลงจากการเติบโต +9.4% ในปี 2567 แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยการเติบโตสะสมต่อปี (CAGR) ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่ระดับ +5.6% สะท้อนว่าปัจจัยขับเคลื่อนหลักของอุตสาหกรรมยังคงแข็งแกร่ง โดยประกันชีวิตยังคงเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ด้วยมูลค่า 2.861 ล้านล้านยูโร (108.59 ล้านล้านบาท) ตามมาด้วยประกันวินาศภัย (P&C) ที่ 2.320 ล้านล้านยูโร และประกันสุขภาพที่ 1.688 ล้านล้านยูโร (64.06 ล้านล้านบาท)
ตลาดประกันวินาศภัยทั่วโลกเริ่มเข้าสู่ช่วงปกติ หลังจากช่วงการปรับขึ้นราคาเบี้ยประกันภัย โดยในปี 2568 เติบโต +3.8% ลดลงจาก +8.5% ในปีก่อนหน้า ขณะที่ราคาค่าสินไหมเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น อเมริกาเหนือยังคงเป็นตลาดหลัก คิดเป็น 52% ของเบี้ยประกันวินาศภัยทั่วโลก แม้อัตราการเติบโตจะชะลอลงอย่างชัดเจนจาก +9.7% เหลือ +2.2% ขณะที่ยุโรปตะวันตกยังเติบโตได้ค่อนข้างแข็งแกร่งที่ +5.3% ส่วนเอเชียเติบโต +4.0%
ด้านตลาดประกันชีวิตทั่วโลกยังคงขยายตัวได้ดีที่ +6.9% แม้จะลดลงจาก +11.3% ในปี 2567 โดยแรงหนุนจากตลาดอเมริกาเหนือเริ่มชะลอลงหลังความนิยมในผลิตภัณฑ์เงินบำนาญลดลง ขณะที่เอเชียกลับมาเป็น “Growth Engine” สำคัญของโลกอีกครั้ง โดยเบี้ยประกันชีวิตในเอเชียเติบโต +9.9% และจีนเติบโตสูงถึง +11.4% จากปัจจัยด้านสังคมผู้สูงอายุ อัตราการออมที่สูง และระบบบำนาญภาครัฐที่ยังครอบคลุมไม่เพียงพอ
ประกันสุขภาพถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่โดดเด่นที่สุดในเชิงโครงสร้าง โดยเบี้ยประกันสุขภาพทั่วโลกเติบโตถึง +12.3% สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2557 จากแรงกดดันด้านค่ารักษาพยาบาล สังคมผู้สูงอายุ และข้อจำกัดของระบบสาธารณสุขภาครัฐ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่คิดเป็นกว่า 70% ของเบี้ยประกันสุขภาพทั่วโลก แม้ความต้องการหลังโควิดจะเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ แต่เอเชียยังคงมีศักยภาพการเติบโตสูง เนื่องจากอัตราการเข้าถึงประกันสุขภาพในหลายประเทศยังต่ำกว่า 1%
รายงานยังชี้ว่า ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมประกันภัยโลก เนื่องจากสภาพแวดล้อมด้านความเสี่ยงมีความซับซ้อนมากขึ้น ส่งผลต่อโมเดลธุรกิจข้ามพรมแดนและลดประสิทธิภาพของการกระจายความเสี่ยงแบบเดิม ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสใหม่ให้ธุรกิจประกันภัย ผ่านความต้องการด้านการคุ้มครอง ความยืดหยุ่นของระบบเศรษฐกิจ และผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง เช่น ประกันความเสี่ยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และความเสี่ยงทางการเมือง
ประเทศไทย ประกันสุขภาพโตเด่น หนุนตลาดโดยรวม
สำหรับประเทศไทย ตลาดประกันภัยในปี 2568 เติบโต +3.1% มีรายได้เบี้ยประกันภัยรวม 26.2 พันล้านยูโร(9.94 แสนล้านบาท) โดยประกันวินาศภัยเติบโตเพียง +0.5% และประกันชีวิตเติบโต +1.9% ขณะที่ประกันสุขภาพโดดเด่นที่สุด เติบโต +13.1% สะท้อนความต้องการความคุ้มครองสุขภาพเพิ่มเติมของภาคเอกชน ท่ามกลางสังคมสูงวัยและแรงกดดันต่อระบบสาธารณสุขภาครัฐ
ประกันภัยยังเป็นธุรกิจแห่งอนาคตในระยะยาว
รายงานของกลุ่มอลิอันซ์ คาดการณ์ว่า ตลาดประกันภัยโลกจะเติบโตเฉลี่ย +5.3% ต่อปีในช่วง 10 ปีข้างหน้า สูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยรวม ขณะที่ประเทศไทยคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย +4.8% ต่อปี สูงกว่าการเติบโตของ GDP ที่ +4.1% โดยมีแรงสนับสนุนจากสังคมผู้สูงอายุ ความต้องการด้านสุขภาพ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ตลาดประกันวินาศภัยทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย +4.7% ต่อปี ในขณะที่ ประเทศไทยคาดว่าจะเติบโต +4.5% จากความต้องการด้านการคุ้มครองที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่วนประกันชีวิตทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย +4.9% ต่อปี ในขณะที่ ประเทศไทยคาดว่าจะเติบโต +3.6% โดยเอเชียยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่ประกันสุขภาพจะยังเป็นกลุ่มที่เติบโตสูงที่สุดที่ +6.7% ต่อปีทั่วโลก และ +8.6% สำหรับประเทศไทย
ในเชิงมูลค่า ตลาดประกันภัยโลกจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 5.26 ล้านล้านยูโร(199.62 ล้านล้านบาท) ในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของเบี้ยประกันภัยใหม่จะมาจากเอเชีย ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของศูนย์กลางตลาดประกันภัยโลก ที่กำลังเคลื่อนตัวสู่ฝั่งตะวันออกอย่างต่อเนื่อง
ลูโดวิค เซอร์บราน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเศรษฐศาสตร์และการลงทุนของกลุ่มอลิอันซ์ กล่าวว่า “การแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังเปลี่ยนสมมติฐานพื้นฐานที่เคยกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกมานานหลายทศวรรษ เมื่อการค้า เงินทุน และกฎระเบียบมีแนวโน้มแยกตัวออกจากกันมากขึ้น การปรับตัวได้รวดเร็วเพื่อรับมือความเสี่ยง กำลังเข้ามาแทนที่ความมีประสิทธิภาพสูงสุด ในฐานะหลักการสำคัญของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจสูงขึ้นและซับซ้อนมากขึ้น พร้อมผลักดันให้เรื่องความสามารถในการเข้าถึงประกันได้ กลายเป็นประเด็นสำคัญยิ่งกว่าเดิม เพราะท้ายที่สุดแล้ว ธุรกิจประกันภัยไม่ได้มีบทบาทเพียงการบริหารความเสี่ยง แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการลงทุน นวัตกรรม และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ”
(อัตราค่าแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569)
บทความที่เกี่ยวข้อง
คณะฯได้เข้าเยี่ยมชมและสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ระบบการทำงานด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยของบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำของไทยที่มีมาตรฐานระดับสากล พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านดิจิทัลอินชัวรันส์อย่างเต็มรูปแบบ
13 ก.ค. 2025
เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมกับ Teladoc Health ผู้นำระดับโลกด้านการดูแลสุขภาพแบบโทรเวช จัดงาน Exclusive High Tea Party ปิดการขายอย่างมืออาชีพ ด้วยบริการระดับโลก PMCM ให้กับผู้บริหารหน่วยและตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอ
22 พ.ค. 2025
กรุงเทพประกันภัย ได้รับโล่รางวัลกระทรวงการคลัง รางวัลรองชนะเลิศ ประเภทกองทุนเดี่ยว (Single Fund) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กลุ่มหน่วยงานเอกชน ขนาดกองทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท
27 พ.ย. 2024


