แชร์

คปภ. สั่งเพิกถอนใบอนุญาต! ตัวแทนประกันชีวิต ฉ้อโกงเบี้ยประกันกว่า 100 ล้านบาท

อัพเดทล่าสุด: 13 ธ.ค. 2025
390 ผู้เข้าชม
จากกรณีที่ปรากฏข่าวตามสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีตัวแทนประกันชีวิตระดับ TOP ของบริษัท TH กลายเป็น Scammer หลอกเงินค่าเบี้ยประกันภัยกว่า 100 ล้านบาท บริษัทฯ ปัดรับผิดชอบ คปภ. นิ่ง นั้น

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ได้มีการดำเนินการสอบสวนเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนที่จะปรากฏตามสื่อสังคมออนไลน์ โดยสำนักงาน คปภ. ได้มีทีมป้องกันและปราบปรามการฉ้อฉลประกันภัย ได้ตรวจพบการกระทำการฉ้อฉลประกันภัยรายนางสาวจันเกตุ ทับบุญ (นางสาวจันเกตุฯ) ตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ที่กระทำการหลอกลวงผู้เอาประกันภัยให้ชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยล่วงหน้าให้กับ นางสาวจันเกตุฯ โดยมีการหลอกลวงว่าจะให้ส่วนลดเงินค่าเบี้ยประกันภัยจำนวน 15% ของเงินค่าเบี้ยประกันภัย หรือ ให้ทองคำเป็นการตอบแทนในการทำสัญญาประกันภัย เมื่อผู้เอาประกันภัย (เบื้องต้นตรวจพบผู้เสียหาย 12 ราย) หลงเชื่อและชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้กับนางสาวจันเกตุฯ นางสาวจันเกตุฯ ก็มิได้นำส่งเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้กับบริษัทฯ แต่อย่างใด และได้มีหนังสือเรียกให้นางสาวจันเกตุฯ มาชี้แจงข้อเท็จจริงและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ต่อสำนักงาน คปภ. แล้ว ซึ่งสำนักงาน คปภ. ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏในการสอบสวนโดยพิจารณาแล้วเห็นว่า นางสาวจันเกตุฯ มีเจตนาทุจริตหลอกลวงผู้เอาประกันภัยจริง เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย หรือประชาชนอีกทั้ง นางสาวจันเกตุฯ มิได้ดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมอีกกรณีหนึ่งด้วย การกระทำของนางสาวจันเกตุฯ จึงเป็นความผิดตามมาตรา 81/1 (1) และ (6) แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นายทะเบียนจึงมีคำสั่งที่ 75/2568 ลงวันที่ 10 ธันวาคม 2568 เพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตของนางสาวจันเกตุ ทับบุญ แล้ว

สำนักงาน คปภ. ขอเรียนว่า การกระทำดังกล่าวของนางสาวจันเกตุฯ ถือได้ว่ามีเจตนาทุจริตหลอกลวงผู้เอาประกันภัยให้ชำระค่าเบี้ยประกันภัยเพื่อรักษาสถานะสัญญาประกันชีวิต แต่ไม่ดำเนินการส่งเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้บริษัทฯ เมื่อการหลอกลวงดังกล่าวของนางสาวจันเกตุฯ ทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้เอาประกันภัย สำนักงาน คปภ. ตระหนักถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากพฤติกรรมการทุจริตหลอกลวงที่เข้าข่าย ฉ้อฉลประกันภัย ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและศรัทธาของสาธารณชนต่อภาพรวมของธุรกิจประกันภัยนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ จึงได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ กลุ่มงานคดี ดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงพร้อมทั้งพยานหลักฐานเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อดำเนินคดีกับนางสาวจันเกตุฯ ในฐานความผิดฉ้อฉลประกันภัยตามมาตรา 114/3 แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ขณะนี้อยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนางสาวจันเกตุฯ มาให้ปากคำ สำหรับความคืบหน้าในคดี สำนักงาน คปภ. จะรายงานให้ทราบต่อไป สำหรับการกำกับดูแลบริษัทประกันภัย นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ ได้เชิญบริษัทฯ มาพบตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 และได้สั่งการให้บริษัทฯ ตรวจสอบข้อมูลและประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งให้ประเมินหาสาเหตุและความบกพร่องของระบบการควบคุมภายใน รวมถึงเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยไม่ให้กระทบสิทธิ ผู้เอาประกันภัย ทั้งนี้ บริษัทฯ จะต้องรับผิดชอบต่อผู้เอาประกันภัยจากการกระทำของตัวแทนประกันชีวิตในสังกัด นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้บริษัทฯ กำหนดแนวทางการป้องกันเพื่อมิให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก โดยให้รายงานให้สำนักงาน คปภ. ได้รับทราบ ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยละเอียด และหากพบการกระทำที่ เข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งของนายทะเบียน เพิ่มเติมจะได้พิจารณาดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดต่อไป และจะไม่นิ่งเฉยให้ผู้กระทำการฉ้อฉลประกันภัย กระทำความเสียหายแก่
ผู้เอาประกันภัยและประชาชน โดยจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด

สำหรับการชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยนั้น สำนักงาน คปภ. ได้ออกนโยบายซึ่งเป็นมาตรการจัดการปัญหาเชิงรุกเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมทุจริต โดยกำหนดหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) บริษัทประกันภัยต้องกำหนดนโยบายให้การรับชำระค่าเบี้ยประกันภัยโอนเข้าบัญชีของบริษัท โดยตรงเท่านั้น พร้อมจัดทำคู่มือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการรับชำระค่าเบี้ยประกันภัยและระบบตรวจสอบการรับชำระจากผู้เอาประกันภัย (2) ในกรณีชำระเป็นเงินสดผ่านตัวแทนประกันภัย บริษัทต้องกำหนดแนวปฏิบัติให้ตัวแทนประกันภัยแจ้งผ่านระบบให้บริษัทรับรู้ว่ามีการรับเงินค่าเบี้ยประกันภัยและโอนเงิน เข้าบัญชีของบริษัทภายในวันทำการถัดไป และห้ามมิให้นายหน้าประกันภัยบุคคลธรรมดารับชำระค่าเบี้ยเป็นเงินสดโดยตรง หากฝ่าฝืน บริษัทต้องยกเลิกสัญญาและส่งข้อมูลให้สำนักงาน คปภ. บันทึกในระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย

ทั้งนี้หากผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนพบปัญหาจากการประกันภัยสามารถติดต่อสอบถามที่สำนักงาน คปภ. หรือ สายด่วนประกันภัย 1186

บทความที่เกี่ยวข้อง
เอไอเอ ประเทศไทย มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอด มกุฏคีรีวัน เขาใหญ่ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
เอไอเอ ประเทศไทย โดย คุณ แจ อัน ชิว ผู้อำนวยการและผู้บริหารฝ่ายคณิตศาสตร์ประกันภัย พร้อมทีมงาน ได้ร่วมมอบทุนการศึกษาและสิ่งของอุปโภคบริโภคให้แก่โรงเรียนสอนคนตาบอดมกุฏคีรีวัน เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
14 ก.ย. 2025
ทิพยประกันภัย เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ  พร้อมให้บริการยกรถฟรีแก่ลูกค้าและประชาชน
บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ส่งทีมสำรวจภัย TIP Smart Assist และ หน่วยหนุมานทิพยบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ส่งทีมสำรวจภัย TIP Smart Assist และ หน่วยหนุมานทิพยจิตอาสา ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตภาคเหนือ
29 ส.ค. 2024
คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัย เน้นย้ำการให้ความช่วยเหลือ ดูแลประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ
คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัย เน้นย้ำการให้ความช่วยเหลือ ดูแลประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ
3 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy