แชร์

สสว. เล็งทุ่มงบ 5 พันลบ.เปิด 3 กลยุทธพัฒนาเอสเอ็มอีโตต่อเนื่อง

อัพเดทล่าสุด: 13 ก.ย. 2025
203 ผู้เข้าชม

สสว.เผยนโยบายปี 2569 ได้รับงบ 5,000 ล้านบาท เปิด 3 กลยุทธ์หลัก พร้อมสนับสนุนด้านการเงินและการตลาดออนไลน์ รองรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เติบโตอย่างยั่งยืน

วรพจน์ ประสานพาณิชย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน กลางและขนาดย่อม หรือ สสว. กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2569 สสว. ได้งบประมาณในการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 5,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานใน 3 เรื่องหลักประกอบด้วย ช่วยเอสเอ็มอีเพิ่มรายได้ ขยายโอกาสเอสเอ็มอี และเสริมแกร่งธุรกิจให้เอสเอ็มอี

ในส่วนของการช่วยเอสเอ็มอีเพิ่มรายได้นั้น สสว. มีนโยบายเชื่อม เอสเอ็มอีให้ถึงตลาดให้มากขึ้น โดยจะส่งเสริมให้เอสเอ็มอีสามารถที่จะ มีช่องทางในการจำหน่ายสินค้าทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ในส่วนของตลาดออนไลน์จะส่งเสริมให้เอสเอ็มอีขายสินค้าผ่านออนไลน์มากยิ่งขึ้น ผ่านผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์ รวมถึงจะมีการจ้างอินฟลูเอ็นเซอร์ประมาณ 1,000 คนมาช่วยไลฟ์ขายของให้เอสเอ็มอีด้วย ทั้งนี้จะใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท และคาดว่าเอสเอ็มอีจะมีรายได้จากการขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม Live Commerce ประมาณ 3,0000 ล้านบาทหรือ 3 เท่า

"สสว.ในปีหน้าเราจะหาช่องทางให้เอสเอ็มอีในต้นทุนที่ถูกในการขายของออนไลน์ให้ได้ โดยที่เราคิดค่าใช้จ่ายเอสเอ็มอีอยู่ใน ราคาที่รับได้ เราคุยกับหลายหน่วยงานเช่นแพลตฟอร์มของไปรษณีย์ไทย กระทรวงทบวงกรมต่างๆที่มีแพลตฟอร์มนี้อยู่ เราจะหารือกัน ว่าจะช่วยอย่างไรกับอีเอ็มอี" วรพจน์ กล่าว

สำหรับการขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สสว. จะช่วยให้เอสเอ็มอีสามารถเข้าสู่ตลาดไลฟ์คอมเมอร์ซ (Live Commerce) รวมถึงจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่าย ให้อินฟูเอ็นเซอร์นักขาย Live online มาช่วยขายของให้เอสเอ็มอี โดยมีเป้าหมายช่วยเอสเอ็มอีอย่างน้อย 50,000 รายในปี 2569 ที่จะสนับสนุนเอสเอ็มอีเข้าสู่การขายสินค้าผ่านไลฟ์คอมเมอร์ซ

นอกจากนี้อาจจะสร้างนักขายในระดับภูมิภาค เราจะร่วมกับสถาบันการศึกษาระดับภูมิภาคให้เค้าเอานักศึกษามาช่วยไลฟ์ขายสินค้าในชุมชน รวบรวม อบรมให้กับนักศึกษาในเรื่องของการ ไลฟ์ขายของที่ถูกต้อง และ แล้วให้นักศึกษา Matching กับเอสเอ็มอี ในพื้นที่จะช่วยกันไลฟ์ขายของซึ่งเป็นการรวมพลังในพื้นที่ที่จะช่วยให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และคาดว่าจะมีนักศึกษาที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนักไลฟ์หรือนักขายในระดับพื้นที่ไม่น้อยกว่า 5,000 คน

วรพจน์ กล่าวว่า สสว. จะสนับสนุนเอสเอ็มอีที่ขึ้นทะเบียนไทย และผลิตสินค้าเองที่เป็นของไทยแท้ๆ และไม่ให้เอสเอ็มอีที่ไปเอาของจากต่างชาติมาขาย ด้านการเสริมแกร่งเอสเอ็มอีนั้น สสว. จะมีเงินกู้เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาและเติบโตอย่างยังยืน มูลค่า 2,700 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3 โครงการหลักประกอบด้วย โครงการ เงินกู้เสริมสภาพคล่องสำหรับเอสเอ็มอีกลุ่มท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เป็นเงินกู้ที่ช่วยผู้ประกอบการมีวงเงินรวม 700 ล้านบาท วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ดอกเบี้ย 1% ต่อปี

โครงการ Transformation SME สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีไอเดียในการพัฒนาหรือการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ เช่นธุรกิจหุ่นยนต์ ธุรกิจสีเขียว มูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท เงินกู้เพื่อปรับปรุงพัฒนาTechnology, Sustainable & Green, Digital และ Innovation วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ดอกเบี้ย 1% ต่อปี

และโครงการ Enhancement SME มูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท เงินกู้เพื่อขยายธุรกิจ (Scale-up) รองรับการขยายธุรกิจและการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว วงเงินกู้สูงสุด Size S ไม่เกิน 10 ล้านบาท Size M ไม่เกิน 15 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1 บาทต่อปี นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่นอยู่ระหว่างพิจารณางบประมาณ

การเสริมแกร่งเอสเอ็มอี อันนี้จะสำคัญมากเพราะว่า เวลาการทำธุรกิจสิ่งที่สำคัญเลย ก็คือในเรื่องของเงิน กลับเงินหมุนเวียนทางการทำธุรกิจ ปัจจุบันเอสเอ็มอีกเข้าถึงแหล่งเงินทุนค่อนข้างยากมากเราเห็นตรงนี้ เราจะต้องเสริมแกร่ง ในเรื่องของการทำธุรกิจเราจะต้องมีเงินทุนจัดสรรให้เค้ามีทุนในการดำเนินงาน วรพจน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สสว. คาดว่าปัจจุบันประเทศไทยมีเอสเอ็มอีมากกว่า 3.2 ล้านราย ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้โชเชียลมีเดียในระดับพื้นฐานเพื่อจำหน่ายสินค้าและบริการ และอีก 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นเอสเอ็มอีที่มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น นำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการพัฒนาสินค้าและบริการออกสู่ตลาด

สำหรับบริการของ สสว. ให้บริการกับเอสเอ็มอีในปัจจุบัน อาทิ เอสเอ็มอีปัง ตังค์ได้คืน หรือโครงการ Business Development Services (BDS) โครงการช่วยเอสเอ็มอีขอขึ้นทะเบียน อย. โดยมีงบสนับสนุนช่วยเอสเอ็มอีในการชำระค่าธรรมขอขึ้นทะบียน อย. ตั้งแต่ 50-80 เปอร์เซ็นต์ และโครงการช่วยผู้ประกอบการที่นำเทคโนโลยี Point of Sale (PoS) โดย สสว. จะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ 90 เปอร์เซ็นต์และในปีงบประมาณ 2569 สสว. มีงบประมาณสำหรับ เอสเอ็มอี ในการใช้ระบบ PoS ที่ 300 ล้านบาท

"ภาระกิจหลักของ สสว.ของเรามีอย่างเดียวคือ ช่วยเหลือสนับสนุนเอสเอ็มอีให้เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน จากสภาพแล้วเศรษฐกิจตอนนี้ เอสเอ็มอีเราค่อนข้างเหนื่อย ที่จะทำธุรกิจ
สิ่งที่ สสว. พยายามทำมาโดยตลอด เราต้องช่วย เอสเอ็มอี" วรพจน์ กล่าว

Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ milk_shake® แบรนด์ผลิตภัณฑ์เส้นผมระดับโลก นำเข้าจากประเทศอิตาลี ที่คงจุดเด่นเน้นความปลอดภัย-ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม: พร้อมแฟชั่นโชว์ภายใต้ Concept  BEAUTY ON THE ROAD
งานเปิดตัวแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ในครั้งนี้ จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ท่ามกลางแขกรับเชิญ อินฟลูเอ็นเซอร์ เจ้าของร้านซาลอนและช่างผมมืออาชีพระดับแนวหน้ากว่า 300 คน มาร่วมงาน
2 ส.ค. 2024
ทรู คอร์ปอเรชั่น โชว์ผลงานไตรมาส 2/2568 มีกำไรสุทธิ 2.0 พันล้านบาท ทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกัน
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานผลกำไรหลังหักภาษีประจำไตรมาส 2/2568 เป็นมูลค่ากว่า 2.0 พันล้านบาท ซึ่งนับเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกันที่ผลการดำเนินงานของบริษัทพลิกกลับมาทำกำไร
6 ส.ค. 2025
NT พร้อมแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast หลังการทดสอบประสบผลสำเร็จ  ได้รับข้อความแจ้งเตือนภัยรวดเร็ว แม่นยำ
NT ร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการทดสอบระบบแจ้งเตือนภัย ผ่านการส่งข้อความแจ้งเตือนโดยตรงถึงโทรศัพท์มือถือของประชาชน หรือCell Broadcast  สำหรับการแจ้งเตือนภัยสาธารณะผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในระดับใหญ่ (ระดับจังหวัด)
13 พ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy