แชร์

สสว. เล็งทุ่มงบ 5 พันลบ.เปิด 3 กลยุทธพัฒนาเอสเอ็มอีโตต่อเนื่อง

อัพเดทล่าสุด: 13 ก.ย. 2025
255 ผู้เข้าชม

สสว.เผยนโยบายปี 2569 ได้รับงบ 5,000 ล้านบาท เปิด 3 กลยุทธ์หลัก พร้อมสนับสนุนด้านการเงินและการตลาดออนไลน์ รองรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เติบโตอย่างยั่งยืน

วรพจน์ ประสานพาณิชย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน กลางและขนาดย่อม หรือ สสว. กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2569 สสว. ได้งบประมาณในการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 5,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานใน 3 เรื่องหลักประกอบด้วย ช่วยเอสเอ็มอีเพิ่มรายได้ ขยายโอกาสเอสเอ็มอี และเสริมแกร่งธุรกิจให้เอสเอ็มอี

ในส่วนของการช่วยเอสเอ็มอีเพิ่มรายได้นั้น สสว. มีนโยบายเชื่อม เอสเอ็มอีให้ถึงตลาดให้มากขึ้น โดยจะส่งเสริมให้เอสเอ็มอีสามารถที่จะ มีช่องทางในการจำหน่ายสินค้าทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ในส่วนของตลาดออนไลน์จะส่งเสริมให้เอสเอ็มอีขายสินค้าผ่านออนไลน์มากยิ่งขึ้น ผ่านผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์ รวมถึงจะมีการจ้างอินฟลูเอ็นเซอร์ประมาณ 1,000 คนมาช่วยไลฟ์ขายของให้เอสเอ็มอีด้วย ทั้งนี้จะใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท และคาดว่าเอสเอ็มอีจะมีรายได้จากการขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม Live Commerce ประมาณ 3,0000 ล้านบาทหรือ 3 เท่า

"สสว.ในปีหน้าเราจะหาช่องทางให้เอสเอ็มอีในต้นทุนที่ถูกในการขายของออนไลน์ให้ได้ โดยที่เราคิดค่าใช้จ่ายเอสเอ็มอีอยู่ใน ราคาที่รับได้ เราคุยกับหลายหน่วยงานเช่นแพลตฟอร์มของไปรษณีย์ไทย กระทรวงทบวงกรมต่างๆที่มีแพลตฟอร์มนี้อยู่ เราจะหารือกัน ว่าจะช่วยอย่างไรกับอีเอ็มอี" วรพจน์ กล่าว

สำหรับการขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สสว. จะช่วยให้เอสเอ็มอีสามารถเข้าสู่ตลาดไลฟ์คอมเมอร์ซ (Live Commerce) รวมถึงจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่าย ให้อินฟูเอ็นเซอร์นักขาย Live online มาช่วยขายของให้เอสเอ็มอี โดยมีเป้าหมายช่วยเอสเอ็มอีอย่างน้อย 50,000 รายในปี 2569 ที่จะสนับสนุนเอสเอ็มอีเข้าสู่การขายสินค้าผ่านไลฟ์คอมเมอร์ซ

นอกจากนี้อาจจะสร้างนักขายในระดับภูมิภาค เราจะร่วมกับสถาบันการศึกษาระดับภูมิภาคให้เค้าเอานักศึกษามาช่วยไลฟ์ขายสินค้าในชุมชน รวบรวม อบรมให้กับนักศึกษาในเรื่องของการ ไลฟ์ขายของที่ถูกต้อง และ แล้วให้นักศึกษา Matching กับเอสเอ็มอี ในพื้นที่จะช่วยกันไลฟ์ขายของซึ่งเป็นการรวมพลังในพื้นที่ที่จะช่วยให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และคาดว่าจะมีนักศึกษาที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนักไลฟ์หรือนักขายในระดับพื้นที่ไม่น้อยกว่า 5,000 คน

วรพจน์ กล่าวว่า สสว. จะสนับสนุนเอสเอ็มอีที่ขึ้นทะเบียนไทย และผลิตสินค้าเองที่เป็นของไทยแท้ๆ และไม่ให้เอสเอ็มอีที่ไปเอาของจากต่างชาติมาขาย ด้านการเสริมแกร่งเอสเอ็มอีนั้น สสว. จะมีเงินกู้เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาและเติบโตอย่างยังยืน มูลค่า 2,700 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3 โครงการหลักประกอบด้วย โครงการ เงินกู้เสริมสภาพคล่องสำหรับเอสเอ็มอีกลุ่มท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เป็นเงินกู้ที่ช่วยผู้ประกอบการมีวงเงินรวม 700 ล้านบาท วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ดอกเบี้ย 1% ต่อปี

โครงการ Transformation SME สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีไอเดียในการพัฒนาหรือการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ เช่นธุรกิจหุ่นยนต์ ธุรกิจสีเขียว มูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท เงินกู้เพื่อปรับปรุงพัฒนาTechnology, Sustainable & Green, Digital และ Innovation วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ดอกเบี้ย 1% ต่อปี

และโครงการ Enhancement SME มูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท เงินกู้เพื่อขยายธุรกิจ (Scale-up) รองรับการขยายธุรกิจและการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว วงเงินกู้สูงสุด Size S ไม่เกิน 10 ล้านบาท Size M ไม่เกิน 15 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1 บาทต่อปี นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่นอยู่ระหว่างพิจารณางบประมาณ

การเสริมแกร่งเอสเอ็มอี อันนี้จะสำคัญมากเพราะว่า เวลาการทำธุรกิจสิ่งที่สำคัญเลย ก็คือในเรื่องของเงิน กลับเงินหมุนเวียนทางการทำธุรกิจ ปัจจุบันเอสเอ็มอีกเข้าถึงแหล่งเงินทุนค่อนข้างยากมากเราเห็นตรงนี้ เราจะต้องเสริมแกร่ง ในเรื่องของการทำธุรกิจเราจะต้องมีเงินทุนจัดสรรให้เค้ามีทุนในการดำเนินงาน วรพจน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สสว. คาดว่าปัจจุบันประเทศไทยมีเอสเอ็มอีมากกว่า 3.2 ล้านราย ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้โชเชียลมีเดียในระดับพื้นฐานเพื่อจำหน่ายสินค้าและบริการ และอีก 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นเอสเอ็มอีที่มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น นำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการพัฒนาสินค้าและบริการออกสู่ตลาด

สำหรับบริการของ สสว. ให้บริการกับเอสเอ็มอีในปัจจุบัน อาทิ เอสเอ็มอีปัง ตังค์ได้คืน หรือโครงการ Business Development Services (BDS) โครงการช่วยเอสเอ็มอีขอขึ้นทะเบียน อย. โดยมีงบสนับสนุนช่วยเอสเอ็มอีในการชำระค่าธรรมขอขึ้นทะบียน อย. ตั้งแต่ 50-80 เปอร์เซ็นต์ และโครงการช่วยผู้ประกอบการที่นำเทคโนโลยี Point of Sale (PoS) โดย สสว. จะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ 90 เปอร์เซ็นต์และในปีงบประมาณ 2569 สสว. มีงบประมาณสำหรับ เอสเอ็มอี ในการใช้ระบบ PoS ที่ 300 ล้านบาท

"ภาระกิจหลักของ สสว.ของเรามีอย่างเดียวคือ ช่วยเหลือสนับสนุนเอสเอ็มอีให้เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน จากสภาพแล้วเศรษฐกิจตอนนี้ เอสเอ็มอีเราค่อนข้างเหนื่อย ที่จะทำธุรกิจ
สิ่งที่ สสว. พยายามทำมาโดยตลอด เราต้องช่วย เอสเอ็มอี" วรพจน์ กล่าว

Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
BJC Healthcare เดินหน้าสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับ BLC เสริมศักยภาพการเติบโตในอุตสาหกรรมยาและสุขภาพประเทศไทยอย่างยั่งยืน
BJC Healthcare เดินหน้าสร้างพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเสริมศักยภาพการเติบโตในอุตสาหกรรมยาและสุขภาพ ของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการลงนามบันทึกข้อตกลงและความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับ BLC
18 พ.ค. 2025
เปิดบ้านทรู ต้อนรับ 12 นักล่าฝัน TRUE AF 2026 สู่ครอบครัวทรูอย่างอบอุ่น ส่งต่อพลังฝันคนรุ่นใหม่ ก่อนเริ่มเรียลลิตี้ 24 ชั่วโมงบนทุกแพลตฟอร์มทรู
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดบ้านต้อนรับ 12 นักล่าฝันจากเวที “TRUE AF 2026” ณ อาคารทรู ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก อย่างอบอุ่น
29 พ.ค. 2026
ทีเส็บ ปั้นโครงการ MICE Coffee Break ชุมชน ภาคกลางและภาคตะวันออก พลิกโฉมเมนูอาหารว่างจากวัตถุดิบประจำถิ่น สู่เมนูสร้างสรรค์ “MICE Coffee Break ชุมชน” เปิดประตูชุมชนสู่โอกาสใหม่ในธุรกิจการจัดประชุมสัมมนา
โครงการ MICE Coffee Break ชุมชน ภาคกลางและภาคตะวันออก ปี 2567 มีเป้าหมาย เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเมนูอาหารพื้นบ้านที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น
22 ม.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy