แชร์

MLA เจาะลึกเทรนด์ฟู้ดเซอร์วิสโลกในปี 2025 ชี้ศักยภาพเนื้อวัวออสเตรเลียวัตถุดิบหลักที่ช่วยเพิ่มมูลค่าเมนูสร้างสรรค์

อัพเดทล่าสุด: 3 เม.ย. 2025
279 ผู้เข้าชม

องค์กรดำเนินงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนาของอุตสาหกรรมเนื้อแดงและปศุสัตว์ประเทศออสเตรเลีย (Meat and Livestock Australia: MLA) เชิญเหล่าเชฟ ผู้ประกอบการด้านอาหาร ธุรกิจร้านอาหาร และผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทยเข้าร่วมงาน Aussie Meat Academy - Foodservice Trends 2025 with Australian Beef Products Showcase เพื่อตอกย้ำถึงคุณภาพ ความหลากหลาย และระบบการผลิตของอุตสาหกรรมเนื้อแดงและปศุสัตว์ที่ดำเนินงานบนบริบทความยั่งยืน เพื่อตอบสนองความต้องการให้แก่อุตสาหกรรมด้านฟู้ดเซอร์วิสได้อย่างเต็มศักยภาพ ตลอดจนเปิดเวทีรวมเหล่ากูรูด้านธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสและอาหารระดับแถวหน้าของไทยร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมอาหาร การบริหารต้นทุนอาหาร และแนวทางลดของเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร โดยภายในงานมีการสาธิตการทำอาหารจากเชฟเอียน-พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย ที่นำเสนอเมนูสุดสร้างสรรค์ที่ใช้เนื้อวัวออสเตรเลียเป็นวัตถุดิบหลัก

โดยภายในงานนี้ นอกจากจะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมฟู้ดเซอร์วิสมารวมไว้อย่างคับคั่งเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ที่มากคุณค่าแล้ว ยังสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับการจัดการต้นทุนอาหารในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายดังเช่นปัจจุบัน รวมถึงกลยุทธ์การบริหารเมนู และการควบคุมปริมาณเสิร์ฟเพื่อเพิ่มผลกำไร และที่สำคัญคือเทคนิคและกระบวนการการลดของเสียภายในครัวของโรงแรมและร้านอาหารผ่านการใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การนำชิ้นส่วนต่างๆ ของเนื้อวัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และแนวทางการพัฒนาเมนูที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างความแตกต่างในการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาโดยวิทยากรรับเชิญจากภาคอุตสาหกรรมที่มีประสบการณ์ตรง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายจัดซื้อ ผู้บริหารซัพพลายเชน เชฟจากโรงแรมและร้านอาหารรวมถึงผู้แทนจาก Investment NSW และ MLA ซึ่งจะร่วมพูดคุยถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมบริการด้านอาหารที่เนื้อวัวออสเตรเลียสามารถตอบโจทย์ได้ นำโดย มร.สเปนเซอร์ วิตเทกเกอร์ ผู้จัดการฝ่ายการพัฒนาตลาดประจาภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ MLA (Mr. Spencer Whitaker-MLA's Market Development Manager for the Asia-Pacific region), มร.โยนาธาน วีจายา ผู้อำนวยการฝ่ายการค้าและการลงทุน Investment NSW Indonesia (Mr. Yonathan Wijaya, Trade and Investment Director, Investment NSW Indonesia), ปิยะ ดั่นคุ้ม CEO ของ Salad Factory และสมาชิกAussie Beef Mates 2024, เชฟเอียน-พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย และธนพงศ์ วงศ์ชินศรี (ต่อเพนกวิน)


โดยช่วงท้ายของการจัดงานได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สอบถามกับวิทยากร รวมถึงรับฟังมุมมองของเชฟเอียน เกี่ยวกับอนาคตและโอกาสของเนื้อแดงในอุตสาหกรรมฟู้ดเซอร์วิส โดยเฉพาะบทบาทของเนื้อวัวออสเตรเลียในการสนับสนุนความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอาหารโลกและในประเทศไทย

ในฐานะที่ Meat & Livestock Australia (MLA) มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมปศุสัตว์ของออสเตรเลีย MLA ได้ดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมแนวทางการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ เช่น Carbon Neutral 2030 (CN30) ที่มุ่งลดการปล่อยคาร์บอนในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ และ Environmental Credentials Platform ซึ่งเป็นระบบติดตามและรับรองผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างมาตรฐานด้านความยั่งยืน โดย MLA ได้ให้ความสำคัญอย่างมากในการวิจัย พัฒนา และการนำความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมมาใช้เพื่อนำเสนอโซลูชันให้กับอุตสาหกรรมเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการผลิตเนื้อแดงอย่างมุ่งมั่น การวิจัยและวิเคราะห์อย่างต่อเนื่องช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกภาคส่วนของห่วงโซ่อุปทานจะดำเนินไปอย่างยั่งยืน ครอบคลุมถึงดิน สภาพแวดล้อมธรรมชาติ แหล่งน้ำที่มีคุณภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไม่ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและต้นทุนทางธรรมชาติ เพื่อช่วยลดความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ และลดของเสียจากกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทรูชวน UP ความสุข เที่ยวสนุกทั่วโลก กับ “eSIM GO Travel MyPlan” วางแพลนได้ตามใจ รับส่วนลดสูงสุด 20% พร้อมฟรีประกันเดินทาง ซื้อออนไลน์ใช้งานได้ทันที
ทรูชวน UP ความสุข เที่ยวสนุกทั่วโลก กับ “eSIM GO Travel MyPlan” วางแพลนได้ตามใจ รับส่วนลดสูงสุด 20% พร้อมฟรีประกันเดินทาง ซื้อออนไลน์ใช้งานได้ทันที
14 ธ.ค. 2025
Too Fast Infinity สามย่านโฉมใหม่พร้อมกระหึ่ม! กลางกรุง  ชู One Stop Service ครบจบที่เดียว
Too Fast Infinity Group เปิดแผนบุกธุรกิจอาหารเต็มกำลัง หลังทุ่มงบมากกว่า 20 ล้านบาท ปรับโฉม Too Fast Infinity สามย่าน ใหม่ไฉไลกว่าเดิม
14 ส.ค. 2024
ทรู คอร์ปอเรชั่น เตรียมรับมือด่วน “พายุไต้ฝุ่นคาจิกิ” เร่งดูแลการสื่อสารมือถือและเน็ตบ้าน
ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดทีมเน็ตเวิร์กพร้อมตั้งวอร์รูม 24 ชั่วโมง เร่งปฏิบัติการเฝ้าระวังพิเศษในจังหวัดน่าน เชียงราย และแพร่ นำกรณีศึกษาจาก “พายุวิภา” มาปรับใช้แผนรับมือพายุคาจิกิ
1 ก.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy