สายสีแดง ร่วมมือ ธพส. เปิดทดลองให้บริการ EV Bus เชื่อมการเดินทาง ศูนย์ราชการฯ กับ สถานีหลักสี่ เริ่ม 3 มีนาคมนี้
อัพเดทล่าสุด: 10 มี.ค. 2025
302 ผู้เข้าชม

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ร่วมกับ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) เตรียมเปิดทดลองให้บริการ EV Bus เชื่อมต่อการเดินทางจากศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ไปยังสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง(สถานีหลักสี่) เพิ่มความสะดวกในการเดินทาง เริ่ม 3 มีนาคม 2568 นี้
นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ด้วยอัตราการเติบโตของปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการดำเนินนโยบายอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอด ในปีแรก เมื่อเดือนตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา จนถึงปี 2568 นั้น บริษัทฯ จึงวางแผนร่วมกับ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) เพื่อพัฒนาการเดินทางด้วยระบบขนส่งรอง หรือ Feeder ในการช่วยเพิ่มความสะดวกสบายด้านการเดินทางของประชาชน พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชนแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งจะช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดและอุบัติเหตุบนท้องถนนและส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชนเพื่อความยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษจากการเดินทางด้วย ดังนั้นจึงเกิดเป็นโครงการในการใช้รถขนส่งสาธารณะที่ใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานไฟฟ้า หรือ EV Bus (Electric Bus) ในการขับเคลื่อนที่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเตรียมทดลองให้บริการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ และสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง(สถานีหลักสี่) ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม 2568 นี้ โดยมีระยะทางประมาณ 4.5 กิโลเมตร พร้อมกับจุดรับ-ส่งจำนวน 4 จุด ได้แก่ 1. สถานีอาคาร B ประตู 2 (ฝั่งทิศใต้) 2. สถานีด้านหน้าอาคารสนับสนุน (อาคารพดด้วง) 3. สถานีปากซอยแจ้งวัฒนะ 5 และ 4. สถานีฝั่งตรงข้ามอาคารสนับสนุน (อาคารพดด้วง), โดยการให้บริการในช่วงทดลอง จะเป็นการเปิดให้บริการฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดช่วงระยะเวลาการทดลอง ตั้งแต่เวลา 06.00 - 19.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ โดยจะสิ้นสุดการทดลองให้บริการในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 รวมระยะเวลาในการทดลองให้บริการทั้งสิ้น 6 เดือน
ทั้งนี้ EV Bus จะช่วยให้การเดินทางในเส้นทางที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงนั้น เป็นไปได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และลดความยุ่งยากในการเดินทาง อีกทั้งการใช้ EV Bus ยังช่วยลดมลพิษจากการเดินทาง เป็นยานพาหนะที่ปลอดภัยและไม่ปล่อยควันพิษออกสู่สิ่งแวดล้อม โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงข่ายการขนส่งมวลชน ในเขตระหว่างพื้นที่กรุงเทพมหานครกับชานเมืองให้มีประสิทธิภาพและสามารถเข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคล และช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดในพื้นที่ที่มีความหนาแน่น รวมถึงส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะที่มีความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ จะดำเนินกิจการเคียงข้างประชาชน และจะมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล สร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง รวมทั้งรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมืองอย่างยั่งยืนต่อไป
โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ RED Line SRTET หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th
นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ด้วยอัตราการเติบโตของปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการดำเนินนโยบายอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอด ในปีแรก เมื่อเดือนตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา จนถึงปี 2568 นั้น บริษัทฯ จึงวางแผนร่วมกับ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) เพื่อพัฒนาการเดินทางด้วยระบบขนส่งรอง หรือ Feeder ในการช่วยเพิ่มความสะดวกสบายด้านการเดินทางของประชาชน พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชนแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งจะช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดและอุบัติเหตุบนท้องถนนและส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชนเพื่อความยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษจากการเดินทางด้วย ดังนั้นจึงเกิดเป็นโครงการในการใช้รถขนส่งสาธารณะที่ใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานไฟฟ้า หรือ EV Bus (Electric Bus) ในการขับเคลื่อนที่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเตรียมทดลองให้บริการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ และสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง(สถานีหลักสี่) ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม 2568 นี้ โดยมีระยะทางประมาณ 4.5 กิโลเมตร พร้อมกับจุดรับ-ส่งจำนวน 4 จุด ได้แก่ 1. สถานีอาคาร B ประตู 2 (ฝั่งทิศใต้) 2. สถานีด้านหน้าอาคารสนับสนุน (อาคารพดด้วง) 3. สถานีปากซอยแจ้งวัฒนะ 5 และ 4. สถานีฝั่งตรงข้ามอาคารสนับสนุน (อาคารพดด้วง), โดยการให้บริการในช่วงทดลอง จะเป็นการเปิดให้บริการฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดช่วงระยะเวลาการทดลอง ตั้งแต่เวลา 06.00 - 19.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ โดยจะสิ้นสุดการทดลองให้บริการในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 รวมระยะเวลาในการทดลองให้บริการทั้งสิ้น 6 เดือน
ทั้งนี้ EV Bus จะช่วยให้การเดินทางในเส้นทางที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงนั้น เป็นไปได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และลดความยุ่งยากในการเดินทาง อีกทั้งการใช้ EV Bus ยังช่วยลดมลพิษจากการเดินทาง เป็นยานพาหนะที่ปลอดภัยและไม่ปล่อยควันพิษออกสู่สิ่งแวดล้อม โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงข่ายการขนส่งมวลชน ในเขตระหว่างพื้นที่กรุงเทพมหานครกับชานเมืองให้มีประสิทธิภาพและสามารถเข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคล และช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดในพื้นที่ที่มีความหนาแน่น รวมถึงส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะที่มีความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ จะดำเนินกิจการเคียงข้างประชาชน และจะมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล สร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง รวมทั้งรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมืองอย่างยั่งยืนต่อไป
โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ RED Line SRTET หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th
บทความที่เกี่ยวข้อง
แคมเปญใหญ่เปิดตัวเกม Sky Story Origin หรือ SSO (สกาย สตอรี่ ออริจิ้น) มหาสงครามนักรบวัลคีรี ในเวอร์ชั่นภาษาไทยเต็มรูปแบบ ในธีมสรวงสวรรค์แห่งวัลคีรี จัดทัพอนิเมะสุดอลังการ
11 ก.ย. 2024
ทรู ประกาศความพร้อมขยายเครือข่าย 5G และ 4G ตลอดเทศกาลตรุษจีนปีม้า ซึ่งปีนี้วันไหว้ตรงกับ 16 กุมภาพันธ์ 2569 โดยยกระดับประสิทธิภาพเครือข่ายทั่วประเทศ
18 ก.พ. 2026
"OR TECH SPARK: DIGITAL DAY" เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการทำ Digital Transformation ขับเคลื่อนองค์กร ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล รวมทั้งมุ่งยกระดับธุรกิจนํ้ามันและค้าปลีกสู่อนาคต พร้อมสร้างโอกาสใหม่และเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ และการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติ
18 พ.ย. 2024


