แชร์

finbiz by ttb แนะโอกาสของ SME ไทย เมื่อสองค่ายรถยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นจับมือร่วมพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า

อัพเดทล่าสุด: 6 มิ.ย. 2024
290 ผู้เข้าชม

ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่สองรายจากญี่ปุ่น ได้ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในด้านยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและการเคลื่อนที่อัจฉริยะ เพื่อก้าวสู่การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่ง finbiz by ttb มองเห็นโอกาสและความท้าทายสำหรับ SME ไทย จากการแข่งขันของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันเช่นกัน

การแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

การจับมือของค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น สะท้อนถึงการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจากสถิติของกรมการขนส่งทางบกในปี 2566 มีการจดทะเบียนใหม่ของรถพลังงานไฟฟ้าล้วน (BEV) ทั่วประเทศ ทั้งสิ้น 76,316 คัน คิดเป็น 76.19%จากประเภทรถทั้งหมด ซึ่งหากรวมประเภทยานยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนใหม่ทั้งหมดในปี 2566 มีจำนวน 100,219 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ถึง 381.43% ทั้งนี้ ยานยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ผลิตในประเทศจีนเป็นสัดส่วนในตลาดถึง 60% จึงทำให้ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่ต้องเร่งพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ยังคงสามารถครองใจตลาดเอาไว้ได้

แรงกระเพื่อมนี้ ส่งผลต่อ SME ไทย ทั้งโอกาสและความท้าทาย

จากการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปของตลาดยานยนต์ ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่กำลังก้าวหน้า ซึ่งการเติบโตอย่างรวดเร็วของนวัตกรรมยานยนต์ EV อาจนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงของวงการยานยนต์อย่างถาวร ดังนั้น SME ที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจนี้ หรือธุรกิจที่จะเข้ามาเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในวงการนี้ได้จะต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด รวมถึงมองหาช่องทางโอกาสและความท้าทายต่าง ๆ ได้แก่

โอกาสทางธุรกิจใหม่ SME ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ทางไฟฟ้า แบตเตอรี่ หรือ ซอฟท์แวร์ สามารถเข้าร่วมเป็นซัพพลายเออร์ชิ้นส่วน ให้บริการซ่อมบำรุงรักษา หรือพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า

โอกาสเข้าถึงเทคโนโลยี เมื่อเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีไร้คนขับใหม่ ๆ ขยายตัวขึ้น เป็นโอกาสที่จะทำให้ต้นทุนในการเข้าถึงเทคโนโลยีต่ำลง และแผ่ขยายองค์ความรู้ได้กว้างขึ้น เป็นโอกาสที่ SME จะสามารถนำเทคโนโลยีมาต่อยอดได้

โอกาสขยายตลาด ความร่วมมือกันของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่ครั้งนี้อาจมีแนวโน้มช่วยให้ SME ไทยขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การแข่งขัน ความร่วมมือของบริษัทขนาดใหญ่ อาจส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการผลิต มาตรฐานสินค้าและกระบวนการต่าง ๆ ที่จะกระทบต่อซัพพลายเออร์ รวมถึง SME ที่เกี่ยวข้องได้

การเข้าถึงเงินทุน SME อาจต้องมีการลงทุนเพื่อเทคโนโลยี หรือเพื่อการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ จึงเป็นความท้าทายในการเข้าถึงเงินทุน เพื่อลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือขยายธุรกิจ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการ SME ควรเร่งพัฒนาตัวเองด้วยการ ติดตามข่าวสาร เกี่ยวกับความร่วมมือของบริษัทต่าง ๆ ในวงการยานยนต์ เพื่อหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และสามารถปรับตัวตามมาตรฐานใหม่ได้ทัน พัฒนาทักษะ ของบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เช่น ทักษะด้านเทคโนโลยี ทักษะด้านการออกแบบ และทักษะด้านภาษา สร้างเครือข่าย เสริมความแข็งแกร่งให้ SME ด้วยการสร้างเครือข่ายกับบริษัทขนาดใหญ่ สถาบันวิจัย และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และขอรับการสนับสนุน

ธุรกิจต้องมีแหล่งเงินทุนที่เข้าใจ

การพัฒนาจะต้องอาศัยการลงทุน หาก SME มีแหล่งเงินทุนที่เข้าใจความต้องการและลักษณะการใช้เงินลงทุนจะช่วยให้การพัฒนาธุรกิจเป็นไปได้อย่างราบรื่น เช่น สินเชื่อสำหรับ SME หรือ สินเชื่อเพื่อสอดคล้องกับการพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน โดยผู้ประกอบการสามารถพัฒนาธุรกิจให้มีนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า การเปลี่ยนยานยนต์ในองค์กรเป็นยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อให้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งจะสร้างความได้เปรียบทั้งในแง่ของการลงทุน การดึงดูดนักลงทุน และคู่ค้า ซึ่งการขอสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด

ความร่วมมือของค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ครั้งนี้ ทำให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่ง SME ไทยจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และหาโอกาสเพื่อพัฒนาธุรกิจและเติบโตอย่างยั่งยืน

#finbizbyttb #โครงการเสริมความรู้SME
#ESG #smartSME #เอสเอ็มอียุคดิจิทัล
#ตัวช่วยเอสเอ็มอี #SMEเติบโตอย่างยั่งยืน
#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต #เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น
#ttb #MakeREALChange


บทความที่เกี่ยวข้อง
กรุงศรี รุกหนักพัฒนานวัตกรรม AI เสริมแกร่งดิจิทัลโซลูชัน ชู Krungsri AI ยกระดับประสบการณ์ทางการเงินให้ง่ายยิ่งขึ้นในทุกมิติ
กรุงศรี โชว์ศักยภาพความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง กางแผนขับเคลื่อนด้านไอทีและดิจิทัลที่มุ่งผลักดันเทคโนโลยี AI ชูความแข็งแกร่งทีม Krungsri AI ในงาน Krungsri Tech Day 2024: Technology for People
23 ก.ย. 2024
ทีทีบี จัดสัมมนาใหญ่ ttb I Business Green Transition Forum 2024
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี มุ่งมั่นร่วมผลักดันภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว จัดสัมมนาใหญ่ ttb I Business Green Transition Forum 2024 ก้าวสู่ธุรกิจสีเขียว ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
15 ก.ค. 2024
กสิกรไทยประกาศเตรียมซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 47.39 ล้านหุ้น วงเงินไม่เกิน 8,800 ล้านบาท เพื่อบริหารทางการเงิน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเงินกองทุน
กสิกรไทยประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินในวงเงินไม่เกิน 8,800 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 47.39 ล้านหุ้น โดยจะซื้อหุ้นผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2569
30 ต.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy