แชร์

งานวิจัยชี้ทศวรรษหน้าดีมานด์ก๊าซไทยพุ่งกว่า 6% แม้เทรนด์พลังงานหมุนเวียนมาแรง

อัพเดทล่าสุด: 20 พ.ค. 2024
165 ผู้เข้าชม

รายงานวิจัยล่าสุดของ วู้ด แมกเคนซี (Wood Mackenzie) บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและการวิเคราะห์เศรษฐกิจชั้นนำ คาดการณ์ว่าความต้องการของก๊าซในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นกว่า 5.7% เมื่อพิจารณาตั้งแต่ปัจจุบันไปจนถึงปี 2578 แม้ว่าการผลิตก๊าซในประเทศและการนำเข้าก๊าซผ่านท่อส่งจะลดลงจาก 4-5 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (bcf/d) ในทศวรรษที่ผ่านมา เหลือราว 2 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (bcf/d) ในช่วง 2 ปีก่อนก็ตาม

คุณ กาวิน ทอมป์สัน รองประธานกรรมการ วู้ด แมกเคนซี กล่าวกับผู้เข้าร่วมการสัมมนาอุตสาหกรรมซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ LNG: Fueling Thailand's Sustainable Growth ที่กรุงเทพฯ ว่าประเทศไทยมีอัตราการใช้ก๊าซสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และวู้ด แมกเคนซี ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในเรื่องนี้ แม้ว่าภาคธุรกิจพลังงานหมุนเวียนจะกำลังเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งก็ตาม

การใช้ก๊าซเพื่อสร้างพลังงานไฟฟ้านับว่าเป็นรูปแบบการใช้งานหลักและคิดเป็น 56% ของตวามต้องการทั้งหมดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าประเทศกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น แต่ก๊าซจะยังคงมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายพลังงานไฟฟ้า ไปตลอดช่วงเวลาแห่งการการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานนี้ ทอมป์สัน กล่าว

การพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลวเกินไป ส่งผลให้ราคาก๊าซไทยผันผวน
รายงานของวู้ด แมกเคนซี ชี้ว่าในปี 2567 จะเกิดการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของคู่สัญญาในไทยกว่า 5 ล้านตันต่อปี (mmtpa) ซึ่งหมายความว่า 50% ของการนำเข้า LNG จะต้องพึ่งพาการจัดซื้อซึ่งมีราคาผันผวนมากขึ้น

การขาดแคลนซัพพลาย LNG ของคู่สัญญาในช่วงเวลาที่ทรัพยากรในประเทศกำลังลดลง ส่งผลให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อราคาก๊าซที่สูงขึ้น และยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดสถานการณ์ไฟฟ้าดับหรือการปันส่วนก๊าซในอนาคต ทอมป์สัน กล่าว

ความต้องการของ LNG ในประเทศไทย VS สัญญาของ LNG


แหล่งข้อมูล: วู้ด แมกเคนซี

โครงสร้างพื้นฐานใหม่คือสิ่งจำเป็น

ทอมป์สันกล่าวเพิ่มเติมว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของก๊าซขึ้นใหม่ จะช่วยรับมือกับความวิตกกังวลบางประการเกี่ยวกับการขาดแคลนก๊าซได้

ปัจจุบัน กำลังมีการนำเสนอการพัฒนาท่าขนส่ง LNG แห่งใหม่ที่จะเพิ่มขีดความสามารถการแปรสภาพก๊าซธรรมชาติให้ถึง 8 ล้านตันต่อปี (mmtpa) ซึ่งจะช่วยให้ไทยมีขีดความสามารถการแปรสภาพก๊าซรวมเป็น 27 ล้านตันต่อปี (mmtpa) อีกทั้งยังมีโครงการสร้างท่อส่งก๊าซระยะทางกว่า 300 กิโลเมตรในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

การใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันให้มากขึ้น จะสามารถช่วยเร่งการเติบโตของตลาดก๊าซได้เช่นกัน ทอมป์สัน กล่าว ส่วนท่อส่งก๊าซข้ามประเทศจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย สามารถเพิ่มโอกาสด้านความร่วมมือได้มากขึ้นด้วย

ทอมป์สัน สรุปว่า ด้วยกำลังการผลิต LNG ใหม่มากกว่า 200 ล้านตันต่อปีที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างโครงการทั่วโลก เราควรมีซัพพลายที่เพียงพอเพื่อสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยจะสามารถทำสัญญาต่อเนื่องและการันตีการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานโดยประสบความสำเร็จได้

ตลาด LNG ทั่วโลกกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงและด้วยทรัพยากรที่กำลังจะมีมากขึ้น ประเทศไทยจึงควรสร้างเงื่อนไขที่น่าดึงดูดใจมากขึ้นได้ในการทำสัญญาใหม่ครั้งต่อ ๆ ไป ทอมป์สัน กล่าว ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ประเทศไทยจะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากตลาดพลังงานใหม่ได้

เนื่องจากประเทศไทยมุ่งสร้างความเชื่อมั่นถึงแหล่งพลังงานที่มีเสถียรภาพ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้กลยุทธ์การจัดซื้อระยะยาวที่มีหลักประกันเสถียรภาพด้านราคาและความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคตอันใกล้นี้

การวิเคราะห์ของวู้ด แมกเคนซี ยังชี้ว่าไทยควรแสวงหาความร่วมมือกับผู้ให้บริการโซลูชันที่สามารถตอบสนองหลักเกณฑ์เหล่านี้ได้ โดยผู้ให้บริการรายหนึ่งที่ควรพิจารณาคือ ปิโตรนาส (PETRONAS) ซึ่งเป็นผู้นำด้านพลังงานระดับโลกที่มีชื่อเสียงด้านความน่าเชื่อถือและการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก

ในฐานะหนึ่งในผู้ผลิต LNG แบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของโลก ปิโตรนาสสามารถผลิต LNG ได้มากกว่า 36 ล้านตันต่อปีทั้งจากโรงงานในบินตูลู ออสเตรเลีย อียิปต์ และในเร็วๆ นี้ ที่แคนาดา เครือข่ายขนาดใหญ่นี้ ทำให้มั่นใจได้ว่าปิโตรนาสจะสามารถจัดหา LNG ให้กับประเทศไทยได้

ปิโตรนาสก่อตั้งขึ้นในช่วงแรกเพื่อเป็นซัพพลายเออร์ด้านพลังงานสำหรับตลาดมาเลเซีย และต่อมาได้ขยายธุรกิจการไปยังประเทศหลักอื่น ๆ ในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น จีน และเกาหลี การขยายธุรกิจได้เช่นนี้ตอกย้ำถึงความเข้าใจต่อการเคลื่อนไหวในตลาดเอเชียอย่างถ่องแท้ของปิโตรนาส รวมถึงความสามารถของบริษัทในการนำเสนอโซลูชันการจัดส่งสินค้าที่เหมาะสม รวมถึงเงื่อนไขทางการค้าและสัญญาที่ยืดหยุ่น

ปิโตรนาสดำเนินการผลิต LNG ด้วยความรับผิดชอบและมีโครงการต่าง ๆ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน เช่น การใช้พลังงานไฟฟ้า ระบบปลอดการเผาและการระบายควันในการปฏิบัติงานประจำวัน การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการดักและกักเก็บคาร์บอนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การสร้างอนาคตสีเขียวของประเทศไทย

นอกจากนี้ ปิโตรนาสยังมีความรู้ที่ครอบคลุมเกี่ยวกับความต้องการด้านพลังงานของไทย ซึ่งเกิดจากการร่วมมือเป็นพันธมิตรกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มายาวนานเกือบ 3 ทศวรรษ ความร่วมมือครั้งนี้ยังได้รับการส่งเสริมอย่างมีนัยสำคัญจากความร่วมมือในภาคธุรกิจต่างๆ ของห่วงโซ่มูลค่าพลังงาน โดยเฉพาะในภาคธุรกิจ LNG ความร่วมมือนี้ยังประสบความสำเร็จอย่างสูง ซึ่งเห็นได้จากการขนส่งสินค้า LNG มายังท่าอุตสาหกรรมมาบตาพุดของไทยมากกว่า 100 รายการ นับตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน


บทความที่เกี่ยวข้อง
บิ๊กซี ฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2569 ชวนครอบครัวมาร่วมสร้างรอยยิ้ม พร้อมรับนม UHT ฟรี ที่บิ๊กซี 10 สาขา ที่ร่วมรายการ
บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ร่วมเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 ด้วยการจัดกิจกรรม “บิ๊กซี ฉลองวันเด็กแห่งชาติ” มอบนม UHT ฟรี 1 กล่องต่อคน
8 ม.ค. 2026
ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น ชำระค่าคลื่น 700 MHz งวดที่ 6 มูลค่า 1.88 พันล้านบาท เดินหน้าขยายโครงข่าย 5G-4G เพิ่มประสิทธิภาพทั่วประเทศ
ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น ผู้ได้รับใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 700 MHz ได้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตงวดที่ 6 เป็นจำนวน 1,881,488,000 บาท ให้แก่ สำนักงาน กสทช.
8 ม.ค. 2026
เอปสันจับมือสยามเซ็นเตอร์ เสริมทักษะยังก์ดีไซเนอร์ไทย ผสานเทคโนโลยีกับความคิดสร้างสรรค์
เอปสัน ร่วมกับ สยามเซ็นเตอร์ เดินหน้าสนับสนุนพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ผ่านเวที VISIONARY STAGE at Siam Center 2025 เวทีแห่งโอกาสสำหรับยังก์ดีไซเนอร์ นิสิต–นักศึกษาสาขาการออกแบบและแฟชั่นจากทั่วประเทศ
6 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy