ไลฟ์เวนเทจ ประเทศไทย กางยุทธศาสตร์ปี 2026–2027 ชู 3 แกนหลัก ยกระดับมาตรฐานองค์กร–ต่อยอดวิทยาศาสตร์ระดับเซลล์–ติดอาวุธดิจิทัล

บริษัท ไลฟ์เวนเทจ (ประเทศไทย) จำกัด (LifeVantage Thailand) เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจประจำปี 2026–2027 ประกาศเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การยกระดับมาตรฐานองค์กรในฐานะบริษัทเครือข่ายระดับโลก การต่อยอดนวัตกรรมด้านโภชนพันธุศาสตร์ (Nutrigenomics) และการเสริมศักยภาพนักธุรกิจด้วยระบบสนับสนุนดิจิทัล เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมเตรียมฉลองครบรอบ 13 ปีของการดำเนินงานในประเทศไทย
นางวิภารัตน์ สอนบุญมา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลฟ์เวนเทจ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ไลฟ์เวนเทจดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เรายึดมั่นในการเติบโตบนพื้นฐานของความถูกต้อง ทิศทางของเราในปี 2026–2027 จึงไม่ได้มองเพียงเป้าหมายยอดขาย แต่คือการยกระดับความรู้ การสร้างผู้นำ และการพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ให้นักธุรกิจอิสระของเราสามารถปรับตัวและแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“การดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป บริษัทจะให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานระยะยาว มุ่งเน้นความโปร่งใส การพัฒนาทักษะนักธุรกิจ และการยกระดับระบบสนับสนุนให้ทำงานได้สอดคล้องกับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” นางวิภารัตน์กล่าว

เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าว ไลฟ์เวนเทจ ประเทศไทย ได้กำหนดทิศทางธุรกิจผ่าน 3 แกนหลัก ประกอบด้วย
1. ยกระดับมาตรฐานองค์กร ผสานความแข็งแกร่งจากบริษัทแม่ใน Nasdaq
ไลฟ์เวนเทจ ประเทศไทย ดำเนินงานภายใต้การสนับสนุนจาก LifeVantage Corporation บริษัทแม่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq (LFVN) ตั้งแต่ปี 2012 และได้รับเกียรติทำพิธีลั่นระฆังปิดตลาด (Nasdaq Closing Bell) ณ นครนิวยอร์ก ถึง 2 ครั้ง ในปี 2020 และ 2023
ในปีงบประมาณ 2026 (สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026) ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและยุโรปมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 21.8% ของรายได้รวม (จาก 18.7% ในปีก่อน) สะท้อนบทบาทของตลาดนอกสหรัฐฯ ที่สำคัญมากขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทแม่ยังคงมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง ไม่มีหนี้สินคงค้าง (Debt-free balance sheet) และมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 14.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการลงทุนพัฒนานวัตกรรมและเครื่องมือใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
2. ต่อยอดนวัตกรรม Nutrigenomics และองค์ความรู้ Nrf2
บริษัทยังคงเดินหน้าชูจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นบนแนวคิด Nutrigenomics หรือการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสารอาหารกับการแสดงออกของยีน โดยเฉพาะองค์ความรู้เรื่องโปรตีน Nrf2 ซึ่งเป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกายในการรักษาสมดุลของเซลล์และรับมือกับภาวะความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ภายใต้แนวคิด “Activation” ที่มุ่งกระตุ้นการทำงานของกลไกตามธรรมชาติภายในเซลล์ แทนการเติมสารจากภายนอกเพียงอย่างเดียว
Nrf2 เป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจในวงการวิทยาศาสตร์อย่างกว้างขวาง โดยมีงานวิจัยตีพิมพ์บนฐานข้อมูลทางการแพทย์ PubMed ของสหรัฐอเมริกาเป็นจำนวนมาก รวมถึงบทความทางวิชาการของนักวิจัยจาก Washington State University ที่อธิบายบทบาทของ Nrf2 ในฐานะตัวควบคุมหลักของกลไกการปกป้องเซลล์ ขณะที่สูตร Protandim® Nrf2 Synergizer® ของบริษัทแม่ มีงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิชาการที่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer-reviewed) จากสถาบันชั้นนำ เช่น The Ohio State University อีกทั้งได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์จากสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐอเมริกา (USPTO) รวม 7 ฉบับ ครอบคลุมทั้งองค์ประกอบของสูตร กรรมวิธีการผลิต และวิธีการใช้ ซึ่งสิทธิบัตรแต่ละฉบับต้องผ่านการพิจารณาของผู้ตรวจสอบ USPTO ว่าเป็นการประดิษฐ์ที่ใหม่และไม่เคยมีมาก่อน สะท้อนการพัฒนาองค์ความรู้ด้าน Nrf2 อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
ปัจจุบัน ไลฟ์เวนเทจ ประเทศไทย มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพและความงาม โดยมีผลิตภัณฑ์เรือธง 3 รายการ เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนำเข้าจาก LifeVantage Corporation สหรัฐอเมริกา และได้รับเลขสารบบอาหารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทุกรายการ ได้แก่ โปรแทนดิม เอ็นอาร์เอฟ ทู (Protandim® NRF2) , โปรแทนดิม เอ็นอาร์เอฟ วัน (Protandim® NRF1) , โปรไบโอ (ProBio) โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รายการได้ด้วยตนเองผ่านระบบตรวจสอบการอนุญาตของ อย. สอดคล้องกับแนวทางของไลฟ์เวนเทจ ประเทศไทย ที่เน้นการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่โปร่งใสต่อผู้บริโภค

3. ติดอาวุธทางธุรกิจ พัฒนา “คน” ควบคู่ “เทคโนโลยี”
เพื่อยกระดับขีดความสามารถของการทำงานในยุคดิจิทัล บริษัทเตรียมพัฒนาระบบ Digital Ecosystem และสนับสนุนให้นักธุรกิจสื่อสารแบรนด์ได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมภาคสนาม อาทิ Activation Club X LifeVantage, เวิร์กช็อปเจาะลึกสไตล์การสื่อสาร DISC กับ รศ.ดร.โอภาส กิจกำแหง และงาน Summit & Convention เพื่อพัฒนาทักษะตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงผู้นำระดับสูง
“เครื่องมือดิจิทัลและ AI จะช่วยให้นักธุรกิจทำงานได้รวดเร็วและเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น แต่หัวใจสำคัญของธุรกิจขายตรงยังคงอยู่ที่ ‘คน’ และ ‘ความไว้วางใจ’ เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาทั้งเทคโนโลยีและศักยภาพของบุคคลไปพร้อมกัน” นางวิภารัตน์กล่าวย้ำ
สอดรับยุทธศาสตร์ระดับโลก ภายใต้การนำของ CEO คนใหม่ ทิศทางของไลฟ์เวนเทจ ประเทศไทย ยังสอดคล้องกับนโยบายระดับโลก ภายหลังนายเทอร์เรนซ์ มัวร์เฮด (Terrence Moorehead) เข้ารับตำแหน่งประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (President & CEO) ของ LifeVantage Corporation อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2026
นายมัวร์เฮดมีประสบการณ์ผู้บริหารระดับโลกกว่า 25 ปีในธุรกิจสุขภาพและเวลเนส การปรับโฉมแบรนด์ และการขับเคลื่อนองค์กรสู่ดิจิทัล นโยบายหลักในระยะแรกของซีอีโอคนใหม่มุ่งเน้น 3 ด้าน ได้แก่ การเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ การพัฒนาข้อเสนอที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งไลฟ์เวนเทจ ประเทศไทย เตรียมนำกรอบยุทธศาสตร์ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดไทยต่อไป


