แชร์

กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล โชว์ความแข็งแกร่งครึ่งปีแรก มีผลกำไรธุรกิจใหม่โตขึ้น 8% พร้อมเดินหน้าลงทุนสร้างการเติบโตระยะยาว

อัพเดทล่าสุด: 28 ส.ค. 2026
108 ผู้เข้าชม

กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล แถลงผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก (สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.2569) สะท้อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพทั้งในเอเชียและแอฟริกา การบริหารงานอย่างมีวินัย และความสามารถในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้น พร้อมเดินหน้าลงทุนสร้างการเติบโตในระยะยาว โดยผลการดำเนินงานทางการเงินครึ่งปีแรก (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่) มีการเติบโตที่แสดงตัวชี้วัดสำคัญดังนี้

• ผลกำไรจากธุรกิจใหม่ (New Business Profit) ด้วยวิธีการคำนวณแบบ “Traditional Embedded Value” (TEV) เติบโตเพิ่มขึ้น 8% อยู่ที่ 1,384 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตรากำไรธุรกิจใหม่ (New Business Margin) ที่เพิ่มขึ้น 2 จุดเปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 40%

• กระแสเงินสดส่วนเกินจากธุรกิจประกันชีวิตที่ยังมีผลบังคับ และธุรกิจการจัดการสินทรัพย์ (Gross OFSG) เพิ่มขึ้น 15% อยู่ที่ 1,791 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

• กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้วหลังจากหักภาษี (Adjusted operating profit after tax) เพิ่มขึ้น 10 % เป็น 1,523 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

• กำไรต่อหุ้น (Earnings per Share: EPS) ที่คำนวณจากกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว เพิ่มขึ้น 17% อยู่ที่ 58.4 เซนต์ต่อหุ้น 

• มูลค่าของกิจการ (Group TEV equity) ตามวิธีการคำนวณแบบ Traditional Embedded Value (TEV) เติบโตแข็งแกร่ง อยู่ที่ 39,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบกับ 37,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568) หรือคิดเป็น 1,557 เซนต์ต่อหุ้น 

การเติบโตในช่วงครึ่งปีแรกของพรูเด็นเชียล ได้รับแรงสนับสนุนจากการดำเนินงานผ่านช่องทางตัวแทนและแบงก์แอสชัวรันส์ ตลอดจนธุรกิจสุขภาพและการยกระดับการให้บริการลูกค้า โดยช่องทาง แบงก์แอสชัวรันส์ยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการเติบโต ขณะที่ช่องทางตัวแทนปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การลงทุนด้านดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูล และ AI ช่วยให้พรูเด็นเชียลเข้าใจและดูแลลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น สำหรับตลาดอื่นๆในภูมิภาคอาเซียนมีผลกำไรธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 13% สะท้อนโอกาสการเติบโตของพรูเด็นเชียลในภูมิภาคนี้

พรูเด็นเชียล พร้อมเดินหน้าลงทุนระยะยาว ควบคู่กับการเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น

ในช่วงครึ่งปีแรก พรูเด็นเชียลเดินหน้าลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในธุรกิจประกันชีวิตในประเทศมาเลเซียเป็น 70% รวมถึงปรับยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจในประเทศอินเดีย ผ่านข้อตกลงเข้าซื้อหุ้น 75% ใน Bharti Life นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯยังคงมีสถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนเงินทุนส่วนเกิน (Free Surplus Ratio) อยู่ที่ 209% (เทียบกับ 221% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568) และมีอัตราส่วนความครอบคลุมเงินกองทุนตามกรอบ Group-wide Supervision หรือ GWS อยู่ที่ 268%

พรูเด็นเชียล ยังประกาศเพิ่มวงเงินซื้อหุ้นคืนอีกประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากโครงการซื้อหุ้นคืนสำหรับปี 2569 ที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้จำนวน 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ กลุ่มบริษัทฯได้คืนเงินทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นรวม 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ เงินปันผลระหว่างกาลครั้งแรกเพิ่มขึ้น 15% เป็น 8.88 เซนต์ต่อหุ้น จาก 7.71 เซนต์ต่อหุ้นในช่วงเดียวกันของปี 2568

นายอนิล วัธวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล (Prudential plc) เปิดเผยว่า “พรูเด็นเชียล ยังคงดำเนินกลยุทธ์อย่างมีวินัย เพื่อสร้างมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยนำเสนอโซลูชันด้านประกันที่ครอบคลุม การออมระยะยาว สุขภาพ และความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละตลาด พร้อมสนับสนุนเป้าหมายทางสังคมของหน่วยงานกำกับดูแล และให้ความร่วมมือกับภาครัฐในประเทศที่เราดำเนินธุรกิจ ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เราสามารถสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ขยายอัตรากำไร และสร้างเงินทุนได้อย่างแข็งแกร่ง”

“ขณะเดียวกัน เราได้เสริมสร้างขีดความสามารถเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ด้วยการนำเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้เพื่อให้เราเข้าใจและดูแลลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง เรายังคงมุ่งมั่นบรรลุเป้าหมายการเติบโตในระดับเลขสองหลัก พร้อมวางรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายทางการเงินปี 2570 อย่างมั่นคง” นายอนิล กล่าวทิ้งท้าย


บทความที่เกี่ยวข้อง
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ คว้า 7 รางวัล  บริหารองค์กรและทรัพยากรบุคคล จาก 2 เวทีคุณภาพระดับสากล
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ สุดปลื้ม คว้า 7 รางวัล ที่สุดแห่งความเป็นเลิศด้านการบริหารองค์กรและทรัพยากรบุคคล จาก 2 เวทีอันทรงเกียรติ HR EXCELLENCE AWARDS 2024 และ HR ASIA AWARDS 2024
1 ต.ค. 2024
อลิอันซ์ ตอกย้ำตำแหน่งแบรนด์ประกันภัยที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก แตะ 28.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อลิอันซ์ขยับขึ้น 2 อันดับ มาอยู่อันดับที่ 27 ของแบรนด์ระดับโลก และยังคงครองตำแหน่งแบรนด์ประกันภัยที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกอีกครั้ง
25 ต.ค. 2025
Allianz Risk Barometer 2026 เผย ท็อป 3 ความเสี่ยงภาคธุรกิจไทย  “ภัยไซเบอร์” รั้งอันดับหนึ่ง ตามด้วยภัยพิบัติจากธรรมชาติ และ ปัญหาสภาพภูมิอากาศ
ภาคธุรกิจชี้ “ภัยไซเบอร์” เป็นความเสี่ยงสูงสุดในปีนี้ ด้วยสัดส่วน 37% ขณะที่ภัยพิบัติทางธรรมชาติ 33% และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 26% ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา
21 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy