แชร์

“ไชยชนก” เดินหน้าตรวจสอบ 30,000 ระบบรัฐ ยกระดับป้องกันข้อมูลประชาชน พร้อมเสนอ ครม. เคาะมาตรการ MFA

อัพเดทล่าสุด: 11 ส.ค. 2026
23 ผู้เข้าชม

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการแถลงข่าว การประชุมยกระดับมาตรการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานรัฐ จากความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC พล.อ.ต.อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และพล.ต.ต. นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) และตัวแทนภาคประชาชน นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO domecloud Lead tech team นายอัมฤทธิ์ ทองทั่ว CEO บริษัท Secure D และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

 



การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือเพื่อยกระดับการป้องกันข้อมูลประชาชน หลังสถานการณ์การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในยุคที่หน่วยงานรัฐและเอกชนมีการจัดเก็บข้อมูลประชาชนจำนวนมากผ่านระบบดิจิทัล

นายไชยชนก กล่าวว่า กระทรวงดีอีได้มอบนโยบายให้มีการรวบรวมและเฝ้าระวังการรั่วไหลของข้อมูลในเบื้องต้น โดยจากการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) พบข้อมูลประชากรทั่วโลกที่รั่วไหลกว่า 50,000 ล้าน User ขณะที่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยกว่า 200 ล้าน User ซึ่งเกิดขึ้นในหลายช่วงเวลาและจากหลายระบบ

ที่น่าจับตาคือ ปัจจุบันระบบข้อมูลของภาครัฐมีอยู่เกือบ 30,000 ระบบ ในส่วนของภาคเอกชนมีมากกว่า 35,000 ระบบ ทำให้การตรวจสอบและปิดช่องโหว่จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะจุดเมื่อเกิดเหตุแล้ว

สั่ง Cleansing 3 หมื่นระบบรัฐ เช็กภายใน 15 วัน

หนึ่งในมาตรการเร่งด่วนที่กระทรวงดีอีเตรียมดำเนินการ คือการทำ Cleansing ระบบจัดเก็บข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐเกือบ 30,000 ระบบ เพื่อสำรวจสถานะของระบบทั้งหมดว่า ระบบใดยังมีการใช้งาน ระบบใดไม่มีความจำเป็น และระบบใดควรยุติหรือปิดการให้บริการ

เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน ในการตรวจสอบและจัดกลุ่มระบบ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการลด “พื้นที่เสี่ยง” ของข้อมูลประชาชน เพราะระบบที่ไม่ได้ใช้งานหรือไม่มีความจำเป็น หากยังเปิดทิ้งไว้ อาจกลายเป็นช่องทางที่ผู้ไม่หวังดีใช้โจมตีหรือเข้าถึงข้อมูลได้

นอกจากนี้ การประชุมยังพบว่าการรั่วไหลของข้อมูลไม่ได้เกิดจากช่องทางใดช่องทางหนึ่ง แต่มีทั้งแหล่งข้อมูล ช่องโหว่ และกระบวนการที่ผู้ไม่หวังดีนำมาใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล จึงต้องวางมาตรการป้องกันตั้งแต่ระยะสั้น ระยะกลาง ไปจนถึงการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว

 



ชง ครม. ใช้ MFA ลดเสี่ยง Username-Password ถูกขโมย

อีกมาตรการสำคัญที่กระทรวงดีอีเตรียมนำเสนอคือ MFA (Multi-Factor Authentication) หรือการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย โดยจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการเข้าสู่ระบบของหน่วยงานรัฐ

แนวทางดังกล่าวมุ่งลดความเสี่ยงในกรณีที่ Username และ Password ถูกขโมยหรือรั่วไหล เพราะการใช้รหัสผ่านเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการป้องกันระบบที่มีข้อมูลสำคัญของประชาชน

สำหรับมาตรการระยะสั้น ยังเตรียมเสนอให้มีการปรับเปลี่ยน Username และ Password สำหรับการเข้าถึงระบบงานของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากข้อมูลบัญชีผู้ใช้งานเดิมที่อาจถูกนำไปใช้โดยผู้ไม่หวังดี

วางโครงสร้างความปลอดภัยระยะยาว ใช้มาตรฐานสากล

ส่วนมาตรการระยะกลางและระยะยาว กระทรวงดีอีเตรียมวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการป้องกันข้อมูล โดยนำระบบและมาตรฐานสากลด้านการยืนยันตัวตนและความปลอดภัยไซเบอร์เข้ามาประยุกต์ใช้

อย่างไรก็ตาม นายไชยชนก ย้ำว่า การยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลประชาชนไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจาก ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เนื่องจากข้อมูลมีการเชื่อมโยงและถูกใช้งานอยู่ในระบบนิเวศดิจิทัลเดียวกัน

นายไชยชนก ยังกล่าวขอบคุณภาคประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมและนำเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาการรั่วไหลของข้อมูล พร้อมยืนยันว่ากระทรวงดีอีพร้อมรับฟังแนวทางจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาประกอบการกำหนดมาตรการป้องกัน

ขณะเดียวกัน การบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานยังช่วยให้เห็นภาพรวมขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งกระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำข้อมูลดังกล่าวไปขยายผลและกำหนดแนวทางรับมือ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปใช้สร้างความเสียหายแก่ประชาชน

“กระทรวงดีอีพร้อมหารือแนวทางด้านต่าง ๆ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกต่อประชาชน และจะร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกำหนดมาตรการและแนวทางในการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและสร้างความเสียหายกับประชาชนต่อไป” นายไชยชนก กล่าว

แผนตรวจสอบระบบรัฐ 30,000 ระบบภายใน 15 วัน ควบคู่กับการผลักดัน MFA และการปรับเปลี่ยนข้อมูลยืนยันตัวตน จึงถือเป็นมาตรการเร่งด่วนที่กระทรวงดีอีเตรียมใช้เพื่อ “ลดพื้นที่เสี่ยง” ของระบบภาครัฐ ขณะที่มาตรการระยะยาวจะมุ่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น เพื่อยกระดับการคุ้มครองข้อมูลประชาชนในภาพรวม



บทความที่เกี่ยวข้อง
ทรู คอร์ปอเรชั่น จุดพลัง Future Workforce ใน “True Alpha Internship 2026”  พลิกโจทย์ธุรกิจ ครีเอทอินโนเวชันด้วย AI พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริง
บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเวที “True Alpha Internship Program 2026: Final Pitching Day” ณ Center of Excellence (CoE) ทรู ดิจิทัล พาร์ค พร้อมร่วมแบ่งปันมุมมองและให้ข้อคิดแก่นิสิตนักศึกษาทั้ง 5 ทีม จากสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ
3 ส.ค. 2026
“ป๊อกกี้” จับมือ “Butterbear” เปิดตัวแคมเปญ “I Pocky U”  เสริมพลังความหวานรับวาเลนไทน์ จัดพรีเมียมเซ็ทกระเป๋า-ผ้าห่มขนนุ่ม “หมีเนย” สุดคิวท์ Limited Edition เจาะตลาดแฟนด้อม
แคมเปญการตลาดสุดพิเศษต้อนรับวาเลนไทน์ ป๊อกกี้ จับมือ Butterbear เปิดตัวแคมเปญ I Pocky U ประโยคบอกรักรูปแบบใหม่ พร้อม Premium Set สุดคิวท์ที่สายสะสมห้ามพลาด
10 ก.พ. 2025
“THAIFEX – ANUGA ASIA 2025” เปิดฉากวันแรก ยิ่งใหญ่ระดับโลก “พิชัย” นำทัพต้อนรับผู้ซื้อจาก 140 ประเทศ หนุนไทยสู่ “ครัวโลก”  คาดมูลค่าสั่งซื้อกว่า 98,000 ล้านบาท
HAIFEX ANUGA ASIA 2025 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดแห่งเอเชีย เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบกับนวัตกรรมอาหารจากทั่วโลก สร้างโอกาสเจรจาการค้า และตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารโลกภายใต้นโยบาย ครัวไทยสู่ครัวโลก
30 พ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy