แชร์

ครั้งแรกในไทย! WHA ยกระดับนิคมฯ สู่ระบบนิเวศธรรมชาติ ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมรอบด้านตามแนวทาง ESG

อัพเดทล่าสุด: 10 มิ.ย. 2026
132 ผู้เข้าชม

WHA Group ยกระดับความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนไปอีกขั้นภายใต้การดำเนินงานผ่าน 5 กลยุทธ์หลัก – การดูแลสิ่งแวดล้อม การสร้างพลังทางสังคม การบริหารจัดการด้วยนวัตกรรมและธรรมาภิบาล การเป็นผู้นำเศรษฐกิจสีเขียว และการเป็นผู้ส่งเสริมความยั่งยืนให้กับประเทศ พร้อมเปิดเผยผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในรอบปี ทั้งด้านพลังงานหมุนเวียน การบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจร และการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ควบคู่ไปกับความคืบหน้าของโครงการปลูกป่านำร่องภายใต้ความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 2 (WHA ESIE 2) ซึ่งเป็นนิคมฯ แห่งแรกของประเทศที่มีการพัฒนาระบบนิเวศทางธรรมชาติและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับพันธกิจในการสร้าง Net Positive Impact ภายในปี 2050 สะท้อนการดำเนินงานที่ก้าวล้ำเกินกว่าเพียงการลดคาร์บอน

 



คุณปจงวิช พงษ์ศิวาภัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAID กล่าวว่า “ภายใต้แนวคิดของคุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ที่มีความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำในการพัฒนาโมเดลธุรกิจสีเขียวด้วย “ยุทธศาสตร์กรีนต้องกินได้” หมายถึงการทำให้ความยั่งยืนเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สร้างทั้งผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันไปพร้อมกัน ซึ่งไม่ได้เพียงแค่ใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจของเราเอง แต่ยังต้องการมีส่วนสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจใหม่ที่เน้นการลดคาร์บอนและเศรษฐกิจหมุนเวียน เราเป็นผู้บุกเบิกในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการลดคาร์บอน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ พร้อมสร้างระบบนิเวศที่รองรับเทคโนโลยีสีเขียวทั่วทั้งห่วงโซ่คุณค่าของ WHA Group เพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางทรัพยากร การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนข้อกำหนดและมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่เข้มงวดมากขึ้นทั่วโลก”

 



สำหรับการดำเนินการภายใต้โมเดลธุรกิจสีเขียว WHA Group ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนให้เป็น 1,222 เมกะวัตต์ และเพิ่มปริมาณการจัดการน้ำด้วยระบบ Reclamation Water เป็น 24.25 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า 10,000 คันภายในปี 2030 นอกจากนั้น ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเทคโนโลยีเพื่อการลดคาร์บอน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานแห่งอนาคต อาทิ โรงไฟฟ้า SMR กรีนไฮโดรเจน เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) ตลอดจนมุ่งพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการปัญหาของเสียอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายในการจัดการขยะอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรม การรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์ที่หมดอายุ และนำแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่หมดอายุใช้งานมาสร้างประโยชน์

“นอกเหนือจากการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวตามแนวทางของ WHA Group แล้ว WHAID ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมและการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมต้องดำเนินควบคู่กันไป ด้วยแนวคิดดังกล่าว WHA จึงเป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมรายแรกของประเทศไทยที่นำแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) มาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เพื่อสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่แข็งแกร่ง ยั่งยืน และพร้อมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

 



ภายใต้สถานการณ์ที่ความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยกำลังลดลงอย่างรวดเร็วจากปัจจัยต่าง ๆ เราเล็งเห็นถึงความสำคัญในการเร่งฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอันเป็นหัวใจสำคัญของการสร้าง 'ผลกระทบเชิงบวกสุทธิ (Net Positive Impact)' ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดรับกับแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ (2566-2570) เราจึงตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะไม่มีการสูญเสียพื้นที่ป่าโดยรวม (No Gross Deforestation) ภายในปี 2573 และจะบรรลุผลกระทบเชิงบวกสุทธิทางชีวภาพ (Net Positive Impact on Biodiversity) ภายในปี 2593 ด้วยหลักการ Avoid, Minimize, Restore, Regenerate และ Transform โดยได้ริเริ่มโครงการพัฒนาระบบนิเวศและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ด้วยความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ บนพื้นที่ 150 ไร่ใน 3 นิคมฯ ในปี 2568 ซึ่งจะเพิ่มเป็น 233 ไร่ใน 8 นิคมฯ ภายในปี 2569” คุณปจงวิชกล่าวเสริม

 



คุณสมิทธิ หาเรือนพืชน์ Chief Nature-based Solutions Officer มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้อธิบายถึงหลักการที่อยู่เบื้องหลังการทำงานร่วมกันนี้ว่า “โครงการพัฒนาระบบนิเวศและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่สีเขียวในนิคมอุตสาหกรรม WHA ESIE 2 ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำ Nature-based Solutions มาประยุกต์ใช้เพื่อทำให้พื้นที่สีเขียวในนิคมอุตสาหกรรมมีคุณภาพ และความหลากหลายทางชีวภาพที่ดีขึ้น เราเริ่มต้นโครงการในปี 2568 ด้วยการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพขั้นต้น (Biodiversity Baseline Survey) ทำให้ทราบว่า พื้นที่ดังกล่าว มีพรรณไม้ 89 ชนิด และนก 31 ชนิด รวมถึงสภาพดินที่มีอินทรียวัตถุปานกลาง และความหนาแน่นสูง ข้อมูล 'Baseline' เหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญในการวางแผนการฟื้นฟูอย่างเป็นขั้นตอน นอกจากนี้ ยังมีโครงการนำร่องการการพัฒนาและฟื้นฟูความสมบูรณ์ของดิน ผ่านแนวคิดเกษตรเชิงฟื้นฟูและการปรับปรุงดิน (Soil Regenerative) ในพื้นที่นิคมฯ ESIE 3 และนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 (RY36) ให้เตรียมพร้อมต่อการปลูกต้นไม้และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพต่อไปในอนาคต”

ด้วยแนวทางที่วางแผนอย่างเป็นระบบ WHA Group ได้เริ่มดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดย ในปี 2568 ได้มีการปลูกต้นไม้ไปแล้วมากกว่า 15,800 ต้น บนพื้นที่ 69 ไร่ของ WHA ESIE 2 และ WHA ESIE3 สำหรับในปี 2569 จะปลูกเพิ่มเติมอีก 81 ไร่ใน WHA ESIE 2 และ RY36 นอกจากนี้ ได้วางแผนที่จะขยายผลไปยังนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยมีเป้าหมายเพิ่มเติมในการปลูกป่าและฟื้นฟูระบบนิเวศอีก 82 ไร่ภายในปี 2569 ครอบคลุมนิคมฯ หลายแห่ง เช่น เขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ สระบุรี (WHA SIL) นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 1 (CIE1) นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด (ESIE) นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1 (ESIE1) และเขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง (RIL) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างผลกระทบเชิงบวกทางชีวภาพอย่างต่อเนื่องของ WHA Group

 



ด้วยวิสัยทัศน์ในการสร้าง Net Positive Impact และการดำเนินการด้าน Nature และ Biodiversity อย่างจริงจังของ WHA Group กำลังร่วมขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับวางรากฐานสำคัญ สู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ผนวกแผนการพัฒนาระบบนิเวศเข้าไปในแผนการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการ 'Shape the Future for Thailand' ในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตที่ดีกว่าสำหรับคนรุ่นต่อไป


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทรูร่วมเชียร์...บิ๊กแมตช์เปิดบ้าน! “ทรู บีจี สเตเดี้ยม” แข้งเทพ ท้าชนแชมป์เก่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าหนุนวงการฟุตบอลไทยอย่างต่อเนื่อง รวมพลังร่วมเชียร์ส่งพลังใจกับศึกใหญ่ไทยลีก 2025/26 ที่สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เปิดบ้านใหม่ ทรู บีจี สเตเดียม
26 ก.ย. 2025
โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค ต่อยอดความเชี่ยวชาญกว่า 38 ปี  เปิดศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift Center)
ภโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค ภายใต้แนวคิด THE NEW ERA OF FACELIFT ยกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของไทยสู่เอเชีย
13 ก.ค. 2026
ทีเส็บผนึกกำลัง 16 องค์กร เปิดแคมเปญ ยกทีมประชุม รุมรักเมืองไทย ซีซั่น 2 ชวนชาวออฟฟิศ ยกทีมนอกกรอบ ไปรอบเมืองไทย เพื่อกระตุ้นไมซ์ในประเทศ
ตอกย้ำความสำเร็จแคมเปญการตลาดสุดสร้างสรรค์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เปิดตัวแคมเปญ ยกทีมประชุม รุมรักเมืองไทย ซีซั่น 2 ภายใต้ธีม ชวนชาวออฟฟิศ ยกทีมนอกกรอบ ไปรอบเมืองไทย
19 พ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy