แชร์

กลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย ชูวิสัยทัศน์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมทางการเงิน ในงานฟินเทคระดับโลก Money20/20

อัพเดทล่าสุด: 22 เม.ย. 2026
124 ผู้เข้าชม

กลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย ตอกย้ำบทบาทผู้นำนวัตกรรมทางการเงิน ในงานฟินเทคระดับโลก Money20/20 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–23 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผ่านการร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์ของผู้บริหารระดับสูง พร้อมประกาศความสำเร็จของ Orbix Group ในการสร้างระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกมิติของการใช้งาน และทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมสู่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของอนาคตกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย ตอกย้ำบทบาทผู้นำนวัตกรรมทางการเงิน ในงานฟินเทคระดับโลก Money20/20 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–23 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผ่านการร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์ของผู้บริหารระดับสูง พร้อมประกาศความสำเร็จของ Orbix Group ในการสร้างระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกมิติของการใช้งาน และทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมสู่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของอนาคต

 

 

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า งาน Money20/20 มหกรรมงานฟินเทคชั้นนำระดับโลก ซึ่งกรุงเทพฯ ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานเป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากเป็นเมืองศูนย์กลางการเติบโตของฟินเทคในเอเชียที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยได้ร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “เทคโนโลยี ความเชื่อมั่น และอนาคตของธุรกิจธนาคารในเอเชีย” (Technology, Trust, and the Future of Banking in Asia) ภายใต้กรอบแนวคิด 3+1 และ Productivity ซึ่งธนาคารให้ความสำคัญกับการผสานพลังของเทคโนโลยี ความเชื่อมั่น และความร่วมมือระหว่างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมควบคู่กับการดำเนินงานภายใต้กรอบการกำกับและดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนระบบการเงินสู่อนาคตอย่างยั่งยืน พร้อมย้ำว่า “ความเชื่อมั่นและความไว้ใจ” เป็นปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนผ่านในภูมิภาคเอเชีย สอดคล้องกับแนวทางวัฒนธรรมองค์กรซึ่งเป็นรากฐานสำคัญ ที่พร้อมมุ่งพัฒนานวัตกรรมให้สามารถขยายสู่การใช้งานในวงกว้างได้จริง โดยเทคโนโลยีต้องเดินคู่ไปกับความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างระบบการเงินยุคใหม่ให้มั่นคงและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

 

ธนาคารกสิกรไทยบนเวทีระดับโลก ชูระบบการเงินอนาคตเทคโนโลยีต้องเดินคู่ไปกับความเชื่อมั่น

นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ภายใต้ยุทธศาสตร์การเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืน และการดำเนินกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Strategy)” ธนาคารมุ่งส่งมอบโซลูชันทางการเงินและการลงทุนที่ตอบความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด ในเวลาที่ตรงใจ ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมบริการแห่งอนาคตที่จะสามารถตอบรับกับพฤติกรรมของลูกค้าและธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยธนาคารกสิกรไทยได้วางหมุดหมายสำคัญของบริการทางการเงินแห่งโลกอนาคตที่ผสานเทคโนโลยีและความเชื่อมั่นไว้ด้วยกัน พร้อมตอบโจทย์ลูกค้า นักลงทุน และตลาดทุนยุคใหม่ ทั้งในมุมผลิตภัณฑ์ทางการเงิน การลงทุน และการระดมทุนที่ครบ ระบบให้บริการที่สะดวก และมาตรฐานความปลอดภัยซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ อาทิ การทดสอบการให้บริการ e-money บนบล็อกเชน ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ Q-money เพื่อให้บริการการโอนระหว่างกัน และชำระเงินข้ามพรมแดน ด้วยแอปพลิเคชัน Q Wallet by KBank

และโครงการ Q-Bond ที่เป็นการทดสอบนวัตกรรมทางการเงิน โดยจัดเก็บข้อมูลตราสารหนี้ และคำนวนมูลค่าการจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นของตราสารหนี้บน Quarix Chain ที่ผนวก Q-money มาใช้ขยายผลเพื่อการชำระมูลค่าตราสาร ดอกเบี้ย และเงินต้น สะท้อนภาพลักษณ์การเป็นผู้นำในตลาดทุน และผู้นำนวัตกรรมการเงินของกลุ่มธนาคาร ภายใต้กรอบ Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และจะมีการหารือและขออนุญาตจากหน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้องก่อนให้บริการจริงในอนาคต

 

Orbix Group ประกาศความสำเร็จในการสร้างระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล

ด้านดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ ประธาน ออร์บิกซ์ กรุ๊ป ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “ระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลกับการนิยามบทบาทของเงินรูปแบบใหม่” (How Digital Asset Ecosystems Will Redefine Money) โดยนำเสนอภาพอนาคตของระบบการเงินที่สินทรัพย์ดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก พร้อมเน้นย้ำถึงการพัฒนาระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลที่เชื่อมโยงทั้งภาคธุรกิจ นักลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งผลักดันนวัตกรรมทางการเงิน โดยการพัฒนา Quarix Chain เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานบล็อคเชนรองรับการสร้างนวัตกรรมทางการเงินยุคใหม่ อาทิ เงินบนบล็อกเชน (Money on Blockchain)  และ โทเคนหลักทรัพย์ (Securities Token) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการเข้าถึงของระบบการเงิน

ในส่วนของ Orbix Group ภายหลังการวางรากฐานธุรกิจเมื่อปีที่แล้ว ได้ก้าวเข้าสู่เฟสของการขยายตัวอย่างเต็มรูปแบบในปี 2569 มุ่งสู่การสร้างการเติบโตในวงกว้าง โดยการดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด มีการหารือและดำเนินการขออนุญาตตามหลักเกณฑ์ก่อนเปิดให้บริการจริง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกบริการเป็นไปอย่างโปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง พร้อมยกระดับระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลให้สามารถรองรับการใช้งานในระดับประเทศและภูมิภาค ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่

• ขยายการแปลงสินทรัพย์จริงสู่รูปแบบดิจิทัล (Expand RWA Tokenization) : ขยายการแปลงสินทรัพย์จริงสู่โทเคนดิจิทัล ครอบคลุมพันธบัตร กองทุนรวม และสินทรัพย์ทางเลือก เช่น คาร์บอนเครดิต

• ขยายฐานผู้ใช้งานในวงกว้าง (Acquire Mass Customer) : ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานผ่านระบบยืนยันตัวตนครั้งเดียว (Single KYC) และแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ และเพิ่มสภาพคล่องในตลาด

• ยกระดับบริการสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับนักลงทุนสถาบัน (Institutional-grade Digital Asset Services) : เสริมศักยภาพบริการระดับสถาบัน ทั้งด้านการจัดการกองทุนและการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง

Orbix Group เดินหน้าสร้างระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลที่ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคล (B2C) และลูกค้าองค์กร (B2B) ผ่านบริษัทในเครือ ได้แก่ Orbix Trade, Orbix Invest, Orbix Custodian, Orbix Technology and Innovation และ Kubix โดยมุ่งพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ครอบคลุมทั้งการลงทุน การชำระเงิน และการระดมทุนในโลกดิจิทัล

โดยการเข้าร่วมงาน Money20/20 ของ Orbix Group ในปีนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงความพร้อมในการเป็นผู้นำด้านสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ยังสะท้อนบทบาทในการผลักดันอุตสาหกรรมจากแนวคิดไปสู่นำไปใช้งานจริงในระดับโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่ง Orbix Group เชื่อมั่นว่าการผสานความแข็งแกร่งของสถาบันการเงินเข้ากับเทคโนโลยีบล็อกเชน จะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างระบบการเงินยุคใหม่ที่เข้าถึงได้ โปร่งใส น่าเชื่อถือ และเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค 

นอกจากนี้ Orbix Group ยังได้เข้าร่วมจัดตั้งสมาพันธ์ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และนวัตกรรมบล็อกเชนแห่งประเทศไทย (Thailand Federation of Digital Asset & Blockchain หรือ TFDB)  กับกลุ่มธุรกิจหลักทรัพย์  ได้แก่ บลจ. เอ็กซ์สปริง บล.เอเซีย พลัส และ บล.กสิกรไทย ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ซึ่งถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างองค์กรภาคธุรกิจในกลุ่มธุรกิจตลาดทุน กลุ่มธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชนของประเทศไทยต่อไป


บทความที่เกี่ยวข้อง
กสิกรไทยออกมาตรการเร่งด่วนดูแลลูกค้าผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว
กสิกรไทยออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ด้วยมาตรการพักชำระเงินต้น ผ่อนเฉพาะดอกเบี้ยนานสูงสุด 3 เดือน วงเงินสินเชื่อที่กู้เพิ่มได้เพื่อซ่อมแซมบ้านและสถานประกอบการ และสินเชื่ออื่นๆ
30 มี.ค. 2025
กสิกรไทยแจ้งปิด K PLUS ชั่วคราว เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ช่วง 01.00-04.00 น. ของ 14 ก.ย. 68
ธนาคารแจ้งปิดบริการ K PLUS ชั่วคราว เป็นเวลา 3 ชั่วโมง เพื่อพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2568 เวลา 01:00 04:00 น. ส่งผลให้ทุกบริการบน K PLUS จะไม่สามารถใช้งานได้
5 ก.ย. 2025
ทีทีบี ชวนคนไทย “วางแผนการออมยุคใหม่” เปิดตัวบัญชีดิจิทัล ttb ME save รูปแบบใหม่  เพื่อการออม “เป็นระบบ” ดอกเบี้ยสูงสุด 1.50% ตั้งแต่บาทแรกถึง 2 ล้านบาท ถอนเมื่อไหร่ก็ได้
ttb ME save บัญชีเงินฝากดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบรับพฤติกรรม “การออมและส่งเสริมพฤติกรรมการลงทุนระยะยาว” สะท้อนแนวคิดการออมยุคใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
5 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy