แชร์

ทรู คอร์ปอเรชั่น มั่นใจหากเกิดเหตุเคเบิลใต้น้ำตะวันออกกลาง จะไม่กระทบบริการอินเทอร์เน็ตลูกค้าทรู ย้ำความพร้อมโครงข่ายมั่นใจรองรับทุกสถานการณ์ ด้วยเส้นทางสำรองและพันธมิตรระดับโลก

อัพเดทล่าสุด: 22 มี.ค. 2026
137 ผู้เข้าชม
ทรู คอร์ปอเรชั่น สร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าและประชาชนว่า บริการอินเทอร์เน็ตมีความพร้อมให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง แม้หากมีสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อระบบเคเบิลใต้น้ำ ยืนยันไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการเชื่อมต่อต่างประเทศของลูกค้าทรูในประเทศไทย ด้วยความพร้อมของโครงข่ายที่ออกแบบให้มีความยืดหยุ่น มีเส้นทางสำรองหลายเส้นทาง เชื่อมต่อกับพันธมิตรโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระดับโลก และมีการบริหารจัดการรวมถึงเฝ้าติดตามโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทีมงานของทรูได้ติดตามสถานการณ์เคเบิลใต้น้ำในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และมีการเตรียมความพร้อมบริหารจัดการโครงข่ายรวมทั้งตั้ง Warroom ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับโครงข่ายการให้บริการอินเทอร์เน็ตของของทรูนั้นมีการกระจายเส้นทางการเชื่อมต่อในหลายระดับ ไม่ได้พึ่งพาเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งเพียงอย่างเดียว มีเส้นทางสำรองรองรับ และสามารถบริหารจัดการเส้นทางการรับส่งข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่นตามสถานการณ์ ขณะเดียวกัน เรายังเชื่อมต่อกับพันธมิตรโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระดับโลก ซึ่งได้ยืนยันถึงความพร้อมของระบบและศักยภาพที่จะรองรับการใช้งาน ทั้งในด้านแบนด์วิดท์และเส้นทางการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ด้วยความพร้อมในทุกมิติลูกค้าจึงสามารถมั่นใจได้ว่าจะยังคงใช้งานบริการอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีคุณภาพต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ ทรูมีความพร้อมของโครงข่ายการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่พร้อมสร้างความมั่นใจในการใช้บริการได้ ดังนี้

• โครงข่ายเคเบิลอิสระจากพื้นที่เสี่ยง
โครงข่ายการเชื่อมต่อระหว่างประเทศของทรู รองรับด้วยระบบเคเบิลใต้น้ำ SJC2 (Southeast Asia–Japan Cable 2) ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างสิงคโปร์และญี่ปุ่น โดยมีเส้นทางที่แยกออกจากภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน และยังคงให้บริการได้ตามปกติอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้รับผลกระทบ

• โครงข่ายมีเส้นทางสำรองหลากหลาย (Extensive Network Redundancy)
ทรูบริหารจัดการโครงข่ายให้มีความยืดหยุ่นและมีความหลากหลายของเส้นทางสำรอง โดยมีความร่วมมือกับพันธมิตรโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระดับโลก ทั้งด้านการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย (transit) และการเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างผู้ให้บริการ (peering) ในศูนย์อินเทอร์เน็ตหลัก เช่น สิงคโปร์ และฮ่องกง ซึ่งช่วยรองรับเส้นทางการรับส่งข้อมูลที่หลากหลายระหว่างภูมิภาคทั้งเอเชีย ยุโรป และภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก และสามารถปรับเส้นทางการใช้งานไปยังเส้นทางสำรองได้โดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุด

• พันธมิตรระดับโลกที่แข็งแกร่ง พร้อมศักยภาพรองรับการใช้งานได้อย่างเพียงพอ
บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ของทรูเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างพันธมิตรผู้ให้บริการ (peering) มากกว่า 30 ราย และเชื่อมต่อพันธมิตรระหว่างเครือข่าย (transit) อีก 9 ราย ซึ่งล้วนเป็นผู้ให้บริการระดับ Tier 1 ที่มีโครงข่ายครอบคลุมกว้างขวางทั่วโลก ช่วยให้สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับการยืนยันจากเหล่าพันธมิตรระดับโลกของเราถึงศักยภาพด้านแบนด์วิดท์ที่เพียงพอ พร้อมโครงข่ายที่มีเส้นทางเชื่อมต่อหลากหลาย ทำให้มั่นใจได้ว่าแม้เกิดเหตุความเสียหายของเคเบิลใต้น้ำในภูมิภาคตะวันออกกลาง ก็จะไม่กระทบต่อคุณภาพและประสิทธิภาพของบริการ

• ยืนยันศักยภาพโครงข่ายจากเหตุการณ์จริงในอดีต
จากเหตุการณ์ในเดือนกันยายน 2568 ที่ระบบเคเบิลใต้น้ำหลายเส้นในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ได้แก่ SMW4, IMEWE (India–Middle East–Western Europe), FALCON และ EIG (Europe India Gateway) เกิดการขัดข้องในวงกว้าง แม้เหตุการณ์จะมีผลกระทบในระดับภูมิภาค แต่บริการของทรูสามารถให้บริการได้ตามปกติ ไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งยืนยันให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพของการออกแบบโครงข่ายและระบบเส้นทางสำรองที่รองรับได้อย่างมีประสิทธิผล

• การเชื่อมต่อไปยังพื้นที่เสี่ยงยุโรปและตะวันออกกลางมีปริมาณไม่มาก
ปัจจุบัน ปริมาณทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตของทรูที่เชื่อมต่อไปยุโรปและตะวันออกกลางมีสัดส่วนไม่ถึง 5% จึงทำให้ทั้งโอกาสที่จะเกิดผลกระทบยิ่งอยู่ในขอบเขตที่จำกัด

• ทีมงานเฝ้าระวังดูแลโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง
ทีมเน็ตเวิร์กเฝ้าติดตามสถานการณ์และประสิทธิภาพโครงข่ายทั่วโลกอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาเสถียรภาพและคุณภาพของบริการ พร้อมตอบสนองได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือเหตุฉุกเฉิน

ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและดูแลโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ด้วยโครงข่ายที่มีความยืดหยุ่นและเชื่อถือได้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานบริการได้อย่างต่อเนื่องและมั่นใจในทุกสถานการณ์

บทความที่เกี่ยวข้อง
ท็อปส์ ปลุกกำลังซื้อรับไตรมาส 2  ดึงกลยุทธ์ Winning Together
ชู 3Es สร้าง Value-engagement Campaign จับมือ 3 ครีเอเตอร์ไทยร่วมอวดผลงานบนพรีเมี่ยมสุดยูนีค
15 พ.ค. 2024
The Ultimate Fitness Force 2025 จบลงอย่างยิ่งใหญ่!  ทะลุทุกขีดจำกัดของกรุ๊ปฟิตเนส ตอกย้ำไทยคือศูนย์กลางสุขภาพเอเชีย
Fitness First Thailand สร้างปรากฏการณ์สุดมันส์แห่งปี ตอกย้ำจุดยืนผู้นำด้านฟิตเนสระดับโลก หลังผนึกกำลัง ICONSIAM และ Les Mills Asia Pacific จัดงาน The Ultimate Fitness Force 2025 มหกรรมกรุ๊ปฟิตเนสสุดยิ่งใหญ่
17 มิ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy