แชร์

TCMA ชู Co-processing ผสานการจัดการของเสีย หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดคาร์บอน สู่ Net Zero 2050

อัพเดทล่าสุด: 11 ก.พ. 2026
22 ผู้เข้าชม

สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ตอกย้ำบทบาทของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ในฐานะกลไกสำคัญของประเทศ สนับสนุนการจัดการของเสียอย่างเป็นระบบ ควบคู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านกระบวนการ Co-processing in Cement Kilns ภายใต้แนวคิด “Turning Waste into Purpose for Net Zero 2050” สะท้อนความร่วมมือของผู้ผลิตปูนซีเมนต์ทุกรายในประเทศ การสนับสนุนเชิงนโยบายของภาครัฐ และการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ผ่าน SARABURI SANDBOX เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050 อย่างเป็นรูปธรรม

 

 

นายนภดล รมยะรูป อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เปิดเผยว่า TCMA ซึ่งเป็นความร่วมมือของผู้ผลิตปูนซีเมนต์ทุกรายในประเทศไทย เข้าร่วมงาน Asia Environmental and Waste Management Expo (Asia EnwastExpo) เพื่อสื่อสารบทบาทของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในฐานะกลไกเชิงโครงสร้าง ที่เชื่อมโยงการจัดการของเสีย การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเข้าด้วยกัน

“TCMA ทำงานร่วมกันในระดับอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยมีจุดแข็งจากกระบวนการผลิตที่ใช้ความร้อนสูง โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมใช้งานทั่วประเทศ และระบบควบคุมสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล ซึ่งเอื้อต่อการจัดการของเสียอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ” นายนภดลกล่าว

การดำเนินงานของ TCMA เป็นไปตาม Thailand Net Zero Cement and Concrete Roadmap 2050 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางโลกของ Global Cement and Concrete Association (GCCA) ที่กำหนดให้ Co-processing และเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นกลไกหลักในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม โดย Co-processing ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีการใช้อย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก

 

 

อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยมีศักยภาพในการเป็น Solution เชิงระบบด้านการจัดการของเสีย จากศักยภาพของเตาเผาปูนซีเมนต์ที่ใช้ความร้อนสูงถึง 1,450 องศาเซลเซียส สามารถทำลายของเสียได้อย่างสมบูรณ์ ไม่เกิดสารตกค้าง และไม่กระทบต่อคุณภาพปูนซีเมนต์ รองรับของเสียจากภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และเกษตร ประกอบกับเครือข่ายโรงงานที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ช่วยให้การจัดการของเสียสามารถขยายผลได้อย่างรวดเร็วและลดต้นทุนในระดับระบบเศรษฐกิจกลไกสำคัญที่ TCMA ผลักดัน คือ Co-processing in Cement Kilns กระบวนการเผาร่วมในตาเผาปูนซีเมนต์ ด้วยการนำของเสียมาใช้เป็นพลังงานและวัตถุดิบทดแทนในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ 

ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเปลี่ยนของเสียให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ สนับสนุนนโยบายรัฐด้านการจัดการของเสียและการลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์และมีเทน บรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 และลดการฝังกลบ ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมสำคัญของประเทศไทย
“Co-processing เป็นตัวอย่างของเศรษฐกิจหมุนเวียนที่วัดผลได้จริง จากความร่วมมือของสมาชิก TCMA ทั้งอุตสาหกรรม ในช่วงปี 2563–2567 สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 13.4 ล้านตันคาร์บอน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มอัตราการใช้พลังงานทดแทนเป็น 68% ภายในปี 2573 และ 100% ในปี 2593 สอดคล้องกับโรดแมปของอุตสาหกรรมและเป้าหมาย NDC ของประเทศไทย” นายนภดล กล่าว

ขณะเดียวกัน TCMA ยังผลักดัน SARABURI SANDBOX ในฐานะพื้นที่นำร่องที่บูรณาพัฒน์ความร่วมมือการจัดการของเสียด้วย Co-processing ในโรงงานปูนซีเมนต์ เข้ากับความร่วมมือของภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาสังคม โดยใช้ศักยภาพของโรงงานปูนซีเมนต์ เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการแปรรูปของเสียอย่างปลอดภัย พร้อมแสวงหาความช่วยเหลือจากต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและการเงินจากต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นว่า การลดคาร์บอน การจัดการของเสีย และการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ สามารถเดินหน้าไปพร้อมกันได้จริง และสามารถต่อยอดขยายผลสู่พื้นที่อื่นในอนาคต

“เมื่อผสานศักยภาพของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของไทย เข้ากับการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ และการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม การจัดการของเสียด้วย Co-processing จะไม่เพียงตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเสริมความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050 อย่างยั่งยืน” นายนภดล กล่าวสรุป




บทความที่เกี่ยวข้อง
อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ผนึกพลัง ขับเคลื่อน “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” พลิกเมืองอุตสาหกรรม สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่ ‘กินได้’
สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย ผนึกกำลังจังหวัดสระบุรี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ กินได้”
30 ม.ค. 2026
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ชี้ 52% องค์กรไทยใช้ AI ขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยผลสำรวจ Green Impact Gap ชี้องค์กรไทย 52% ใช้ AI เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ปลดล็อกต้นทุน-เพิ่มศักยภาพการใช้พลังงานท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน
22 ธ.ค. 2025
TBCSD Sustainable Business Forum 2025
TBCSD ผนึกกำลังภาคีทุกภาคส่วนเพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจไทยไปสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
3 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy